ผบช.น. สรุปบึ้มพันธมิตรใช้เอ็ม79-ยิงจากคลองหลอด

พฤศจิกายน 16, 2009 Make Love Not War! ใส่ความเห็น

ข่าวสด : จากกรณีปาระเบิดด้านหลังเวทีพันธมิตร เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ขณะที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กำลังขึ้นเวทีปราศรัย แรงระเบิดทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 12 คน ตามที่เสนอเป็นข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 16 พ.ย. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. พร้อมเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐาน ได้รุดเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุอีกครั้ง พร้อมเปิดเผยว่า ระเบิดดังกล่าวเป็นชนิด M79 โดยยิงจากพื้นราบ มุมตกกระทบ 50 องศา คาดว่าคนร้ายยืนอยู่บริเวณคลองหลอดยิงเข้ามาใส่กลุ่มผู้ชุมนุม แต่ยังไม่ชัดเจนว่าหวังผลต่อชีวิตด้วยหรือไม่ เนื่องจากทิศทาง การตกเกินระยะวิถีทำลายล้าง คือระยะห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 350 เมตร ซึ่งถ้ายิงในระยะ 2 เมตร จะมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

น.พ.ประเสริฐ โอภาสเมธีกุล รักษาการกลุ่มงานเวชศาสตร์ฉุกเฉิน รพ.กลาง กล่าวว่า ขณะนี้ยังเหลือผู้บาดเจ็บเข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลรวม 3 รายจากทั้งหมด 11 ราย โดยอาการของผู้บาดเจ็บทั้งหมดอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่รุนแรงมากนัก ประกอบด้วย ชายวัย 71 ปี อวัยวะภายในช่องท้องฉีกขาด ซึ่งแพทย์ได้ทำการผ่าตัดช่องท้องและเย็บแผลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้ยังคงพักรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูเพื่อเฝ้าระวังอาการแทรกซ้อน อีกรายเป็นชายวัย 53 ปี มีแผลยาวประมาณ 1 ซม.บริเวณแก้มด้านซ้าย ใบหน้าบวม คาดว่าน่าจะมีวัสดุแปลกปลอมขนาดเล็กฝังอยู่ ซึ่งแพทย์จะเอกซเรย์ในวันนี้เพื่อตรวจสอบ ส่วนอีกรายเป็นชายวัย 39 ปี มีแผลบริเวณศีรษะยาวประมาณ 5 ซม. โดยแพทย์ได้ทำการเย็บแผลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยอยู่ระหว่างรอดูอาการ หากผู้บาดเจ็บทั้งหมดไม่มีอาการแทรกซ้อนเพิ่มเติม ภายใน 1 สัปดาห์ก็จะสามารถกลับไปพักที่บ้านได้

น.พ.ชัยวัน เจริญโชคทวี ผอ.วิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้บาดเจ็บถูกส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลเพียง 1 รายเท่านั้น โดยเป็นชายวัย 50 ปี โดยมีบาดแผลบริเวณขาและเอวด้านซ้ายเนื่องจากถูกเศษโลหะบาด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้นำเศษโลหะออก และทำแผลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ภายใน 1 – 2 วันนี้

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเหตุระเบิดบริเวณเวทีปราศรัยของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ว่า ตนได้รับรายงานจากพล.ต.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. ตั้งแต่ช่วงเกิดเหตุ ว่าพบผู้ต้องสงสัยสองราย แต่ปรากฏว่าจากการสอบสวนเบื้องต้นอาจจะไม่ใช่ผู้ก่อเหตุ และในช่วงเช้าวันนี้ ทางฝ่ายพิสูจน์หลักฐานจะเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้งว่าระเบิดที่ใช้เป็นชนิดใด เพราะที่ทราบบริเวณสถานที่ระเบิดมีหลุมลึกประมาณ 1-2 เซนติเมตร ซึ่งรุนแรงกว่าระเบิดปิงปอง ทั้งนี้ตนได้กำชับสั่งการพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชกานแทนผบ.ตร.(รรท.ผบ.ตร.) ให้ดูแลเอาใจใสเรื่องนี้เป็นพิเศษ และยืนยันว่าตำรวจทำงานอย่างเต็มที่แล้ว

เมื่อถามว่ามีการวิจารณ์ว่าสาเหตุส่วนหนึ่งที่เกิดเหตุ เพราะ รัฐบาลไม่ยอมประกาศพ.ร.บ.มั่นคงฯ นายสุเทพ กล่าวพร้อมหัวเราะว่า ตนรักษาตามอาการของโรค โรคที่เบาก็กินแค่พาราฯ ต่อข้อถามว่าแต่มีเสียงวิจารณ์ว่าเป็นโรคหลายมาตรฐาน นายสุเทพ กล่าวว่า ตนพร้อมจะถูกตำหนิอยู่แล้ว แต่คนที่ตำหนิตนมีมาตรฐานเดียวในใจ ก็จะเข้าใจ

ด้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเว็บไซ์ http://twitter.com/Thaksinlive เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ที่ผ่านมา ระบุว่า “ขอโทษแฟนคลับที่หายไปหลายวัน เพราะเดินทางและงานเยอะมาก ขอขอบคุณคนเสื้อแดงและส.ส.เพื่อไทยที่แวะไปเยี่ยมผมที่กัมพูชาขอขอบคุณทุกท่านที่เข้าใจและห่วงใยผม”

“ทราบเหตุระเบิดที่หลังเวทีพันธมิตรมีคนบาดเจ็บ ผมขอประณามผู้ที่เกี่ยวข้องกับการวางระเบิดทั้งผู้ลงมือและผู้สั่งการ คนไทยด้วยกันอย่าทำร้ายกันเลย”

“ผมเข้าไทยไม่ได้ไม่ใช่เฉพาะเหยียบแผ่นดินเกิดเท่านั้นแม้กระทั่งน่านฟ้าไทยก็ห้ามผ่านเข้ามา เขาสั่งว่าถ้าผ่านมาให้ใช้ฝูงบินขับไล่บังคับให้บินลง”

‘ทักษิณ’ประณามมือบึ้มหลังเวทีพันธมิตร

พฤศจิกายน 16, 2009 Make Love Not War! ใส่ความเห็น

c1_27504_091116045436                                                                            

คมชัดลึก : (16พ.ย.) พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กล่าวในเว็ปไซต์ทวิตเตอร์ภายหลังเดินทางเยือนประเทศกัมพูชา ว่า “ผมเข้าไทยไม่ได้ไม่เฉพาะเหยียบแผ่นดินเกิดเท่านั้น แม้กระทั่งน่านฟ้าไทยก็ห้ามผ่านเข้ามา เขาสั่งว่าถ้าผ่านมาให้ใช้ฝูงบินขับไล่บังคับให้บินลง”

ส่วนการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯที่ท้องสนามหลวง ซึ่งมีการปาระเบิดป่วนการชุมนุมนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ บอกว่า ทราบเหตุระเบิดที่หลังเวทีพันธมิตรมีคนบาดเจ็บ ผมขอประณามผู้ที่เกี่ยวข้องกับการวางระเบิดทั้งผู้ลงมือและผู้สั่งการ คนไทยด้วยกันอย่าทำร้ายกันเลย นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังกล่าวขอโทษที่หายไปหลายวันเพราะเดินทางและงานเยอะมาก ขอขอบคุณคนเสื้อแดงและส.ส.เพื่อไทยที่แวะไปเยี่ยมผมที่กัมพูชาขอขอบคุณทุกท่านที่เข้าใจและห่วงใยผม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.30 น. คืนวานนี้ (15พ.ย.) นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ขึ้นกล่าวปราศรัยถึงความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมระบุถึงการอดทนในการต่อสู้ในช่วงที่ผ่านมา และหลังจากนายสนธิขึ้นเวทีปราศรัยผ่านไปเพียง 15 นาที ก็เกิดเสียงระเบิดขึ้นที่บริเวณด้านหลังเวที นายสนธิจึงหยุดปราศรัยชั่วครู่ ก่อนแจ้งผู้ชุมนุมว่าถูกก่อกวน โดยการโยนประ ทัดยักษ์เข้ามาบริเวณที่ชุมนุม ทำให้ผู้ชุมนุมโห่ร้อง จากนั้นนายสนธิกำชับผู้ชุมนุมให้อยู่ในความสงบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จุดที่เกิดเสียงระเบิดมีกลุ่มควัน และเป็นหลุมกว้าง 4 นิ้ว ลึก 2 นิ้วครึ่ง บริเวณที่เกิดเหตุพบรถปิกอัพโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ ทะเบียน ตม 7094 กรุงเทพมหานคร ของนายศิริชัย กรีวงศ์ อายุ 35 ปี ชาวสมุทรสาคร ถูกสะเก็ดระเบิดที่กระบะท้ายด้านซ้าย 2 รู กระจกประตูซ้ายแตก

นอกจากนี้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ผู้เห็นเหตุการณ์รีบนำผู้บาดเจ็บส่งเจ้าหน้าที่มูลนิธิเพื่อนำตัวส่งโรงพยาบาลกลางและโรงพยาบาลวชิระ ขณะที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิให้การช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ กลุ่มผู้ชุมนุมหลายสิบคนเกิดเข้าใจผิดคิดว่าผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นผู้ก่อเหตุ จึงวิ่งตามไปทำร้ายร่างกายสะบักสะบอม การ์ดพันธมิตรฯต้องอธิบายอยู่นานว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บไม่ใช่ผู้ลงมือก่อเหตุ ขณะที่ผู้เห็นเหตุการณ์บางคนเล่าว่าหลังเสียงระเบิดเห็นชายรูปร่างอ้วน สวมเสื้อสีดำวิ่งไปขึ้นจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีโน่ สีเลือดหมู ที่มีเพื่อนจอดสตาร์ทอยู่หลบหนีไป
หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกองพิสูจน์หลักฐาน รวมทั้งนำรถไฟส่องสว่างมาหารายละเอียดบริเวณที่เกิดเหตุ

พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า ระเบิดที่คนร้ายใช้ก่อเหตุครั้งนี้ เป็นระเบิดแรงดันต่ำชนิดมีสะเก็ด ส่วนรายละเอียดของระเบิดต้องรอกองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบในเชิงลึกอีกครั้ง ผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวมานั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ต่อมาเวลา 21.50 น. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กันผู้ชุมนุมและผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกนอกพื้นที่

จากนั้น เวลา 22.50 น. พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร. เดินทางมาที่เกิดเหตุด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พร้อมกล่าวสั้นๆ ว่า ยังไม่สามารถระบุได้ว่า คนร้ายใช้ระเบิดชนิดใด ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ที่เชี่ยวชาญมาตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง ส่วนผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมได้ 1 คนนั้น อยู่ระหว่างการสอบปากคำที่ สน.ชนะสงคราม
ล่าสุดได้รับรายงานว่า เป็นระเบิดชนิดเอ็ม 79 หลังพบสะเก็ดระเบิดกระเด็นอยู่ในที่เกิดเหตุ

อย่างไรก็ตาม จากการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ต่างให้การไปต่างๆนานา บ้างก็ว่าพบเห็นชายขี่จักรยานยนต์ไม่ทราบชนิดผ่านมาและขว้างเข้ามาในจุดที่มีการชุมนุม บางรายบอกว่า มีการยิงระเบิดมาจากรถแท็กซี่สีชมพู บางรายก็บอกว่ามีการยิงจากที่อื่นแล้วมาตกด้านหลังเวที

“เจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนหาตัวคนร้าย โดยแยกย้ายกันลงพื้นที่โดยรอบพร้อมตั้งจุดสกัดรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยในทุกพื้นที่ แต่ยังไร้วี่แววคนร้าย” พล.ต.อ.ปทีปกล่าว

สำหรับผู้บาดเจ็บมีทั้งหมด 12 คน ส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ถูกส่งไปรักษาตัวโรงพยาบาลกลาง 11 คน มี ด.ช.นันพล ชัยสมศรี อายุ 8 ขวบ ด.ช.พันชนะ มาสมพงษ์ อายุ 9 ขวบ นายกฤษดา สันพันงาม อายุ 28 ปี นางชนาพันธ์ เชื้อพิทักษ์กุล อายุ 17 ปี น.ส.รจนา ชำมะวัน อายุ 30 ปี น.ส.สุกานดา ชำศิริกุล อายุ 26 ปี นายวิวัฒน์ จันทร์นวล อายุ อายุ 19 ปี นายชัยวัฒน์ หวังจงมีชัยสกุล อายุ 53 ปี นายสมพร พีรภาค อายุ 39 ปี นายอรรณพ พานิชยาดิสกุล และนายพรศักดิ์ ชนะโสภามงคล อายุ 33 ปี อีก 1 คน ถูกส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลวชิระ คือ จ.ท.วันชัย รัตนไกรภพ อายุ 55 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุระเบิดดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจะประสานขอภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เพื่อนำมาตรวจสอบหาตัวคนร้ายต่อไป

ทั้งนี้ การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรสิ้นสุดลงเมื่อเวลา 22.20 น. โดยผู้ชุมนุมร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเปล่งเสียงถวายพระพร “ทรงพระเจริญ” ก่อนแยกย้ายกันกลับ

ทักษิณกลับดูไบไม่ัพักกัมพูชา-ฮุนเซนควงส.ส.เพื่อไทยแห่ส่ง

พฤศจิกายน 14, 2009 Make Love Not War! ใส่ความเห็น

THAILAND-CAMBODIA/

ข่าวสด : วันที่ 14 พ.ย. นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์หลังเดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ประเทศกัมพูชาว่า วันเดียวกันนี้พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางออกจากกัมพูชาตั้งแต่เวลา 09.00 น. เพื่อกลับดูไบ มีนายกฯฮุนเซนพร้อมคณะส.ส.เพื่อไทยมาส่งที่สนามบินพนมเปญ พ.ต.ท.ทักษิณระบุว่าใช้เวลาบินนานกว่าเดิม ต้องบินอ้อมน่านฟ้าไทยเพราะได้รับรายงานเรื่องความไม่ปลอดภัย ใช้เวลา 7-8 ชั่วโมงจึงถึงดูไบ

นายไพจิต กล่าวว่า สำหรับการปะพบพูดคุยระหว่างส.ส.กับพ.ต.ท.ทักษิณที่โรงแรมในเมืองเสียมราฐใช้เวลา 2 ชั่วโมง บรรยากาศเป็นกันเอง พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวให้กำลังใจส.ส.ที่ทุ่มเททำงานในสภาช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมระบุว่าปัญหาองค์ประชุมจนสภาล่ม จะเป็นตัวสะท้อนการทำหน้าที่ของรัฐบาล จึงกำชับส.ส.ให้ตั้งใจทำหน้าที่ในสภา ตรวจสอบรัฐบาลอย่างจริงจัง นอกจากนี้นายกฯกัมพูชายังชี้แจงถึงการตั้งพ.ต.ท.ทักษิณเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ เพราะเชื่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณและส.ส.พรรคเพื่อไทย จะช่วยแก้ปัญหาความยากจนให้ชาวกัมพูชาได้ รวมทั้งหวังว่าจะกระชับความสัมพันธ์สองประเทศให้ดีขื้น ล่าสุดที่ตัดสินใจสั่งถอนทหารกัมพูชาออกจากพื้นที่ทับซ้อนบริเวณปราสาทเข้าพระวิหาร เพื่อแสดงความจริงใจว่าต้องการให้เกิดความสงบ

ว่าที่ร.ต.พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การพูดคุยของส.ส.กับพ.ต.ท.ทักษิณ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องทั่วไป สอบถามสารทุกข์สุขดิบ พ.ต.ท.ทักษิณประเมินท่าทีรัฐบาลว่าหากไทยสั่งปิดชายแดนจะเป็นผลเสีย ปิดโอกาสการค้าการลงทุน แต่จะเป็นประโยชน์กับประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ เช่น จีน เวียดนาม ระหว่างการสนทนาตนสอบถามพ.ต.ท.ทักษิณถึงข่าวนายกฯฮุนเซนสร้างบ้านพักในประเทศกัมพูชาให้ พ.ต.ท.ทักษิณยอมว่าเป็นเรื่องจริง แต่ปฏิเสธ โดยให้เหตุผลเรื่องความสะดวกและระบบการรักษาความปลอดภัย การพักที่โรงแรมสะดวกกว่า

“การเดินทางของส.ส.ครั้งนี้เหมือนเป็นการไปชาร์ตแบตฯ แม้ส.ส.บางคนไม่ได้ไป แต่พ.ต.ท.ทักษิณยังนึกถึงและฝากให้ทำหน้าที่ให้ดี อย่าขี้เกียจชี้แจงการทำงานให้ประชาชนรับทราบ ก่อนเปิดประชุมสภาฯสมัยหน้า ส.ส.จะรวมตัวกันเดินทางไปเยี่ยมพ.ต.ท.ทักษิณอีกครั้ง” ว่าที่ร.ต.พงศ์พันธ์กล่าว

นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายกฯฮุนเซนและเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกัมพูชาหลายคนต้อนรับคณะส.ส.จากพรรคเพื่อไทยอย่างอบอุ่นและเป็นเกียรติ นายกฯฮุนเซนบอกกับพวกตนว่าเป็นกำลังใจให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ขอเป็นกลไกพาพ.ต.ท.ทักษิณกลับประเทศไทย เพราะเป็นบุคคลสำคัญในการพัฒนาประเทศ พร้อมยืนยันด้วยว่ากัมพูชามีความสัมพันธ์ที่ดีกับไทย เพียงแต่มีปัญหากับบุคคลบางคนในรัฐบาล โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ และนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ เท่านั้น

นายประชา กล่าวต่อว่า ตนมีโอกาสเล่าข้อมูลการตั้งทีมลอบสังหารที่ตั้งค่าหัว 150 ล้านบาทให้พ.ต.ท.ทักษิณฟัง พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่า “คนเราเกิดมาก็ต้องตาย ผมไม่กลัว แต่คนที่จะลอบฆ่าผม ผมทำผิดอะไร วันนี้คนชั่ว คนโกงเต็มบ้านเมืองไปหมด ไม่น่าจะฆ่าผม เอาผมไปใช้ให้เป็นประโยชน์จะดีกว่า” ทั้งนี้พวกตนได้แต่เตือนพ.ต.ท.ทักษิณว่าอย่าประมาท ข่าวดังกล่าวหน่วยความมั่นคงยืนยันตรงกันหมด พ.ต.ท.ทักษิณเปรียบรัฐบาลนี้ว่าเหมือนกับกำลังเผาไร่อ้อยเพื่อจับหนูเพียงตัวเดียว เมื่อเผาอ้อยในไร่ของตัวเองตนเสียหายยับเยินหมดแล้ว แต่ไม่สามารถจับหนูได้เลยหันมาเผาไร่อ้อยที่อยู่ข้างๆ ด้วย

บทสัมภาษณ์ฉบับเต็มพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในนสพ.เดอะไทมส์ ประเทศอังกฤษ

พฤศจิกายน 14, 2009 Make Love Not War! ใส่ความเห็น

‘ใบตองแห้ง’ ออนไลน์ : เรื่องของเกม

พฤศจิกายน 14, 2009 Make Love Not War! ใส่ความเห็น

ประชาไท : วันจันทร์หลังจากเขียนต้นฉบับส่งไปแหม็บๆ นั่งดูทีวีเห็นพี่พิภพ ธงไชย ไปยื่นหนังสือกับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เรียกร้องให้ตอบโต้เขมร ผมอุทานกับตัวเอง ว่าแล้วเชียว! แต่ไม่ผิดความคาดหมาย ก็เลยได้แต่ขำๆ นานๆ จะเห็น ‘พี่เปี๊ยก’ ใส่สูทเข้าทำเนียบ ดูดีราศีจับเชียว ยิ่งไปนั่งคู่กับนายกฯ ไม่รู้ใครมีสง่าราศรีกว่าใคร (ฮา) ระหว่างคนที่ยึดทำเนียบ 193 วัน กับคนที่รับทำเนียบมาโดยไม่ชอบธรรม ได้เห็นภาพนี้ถือเป็นขวัญตา

พันธมิตรงานเข้าอย่างที่เดาไว้ไม่ผิด โดยเฉพาะเมื่อโหมกระแสชาตินิยมอยู่แป๊บๆ เกิดบุญหล่นทับ นิตยสาร Times ปึ๊งใหญ่หล่นโครมลงมาหน้าจอ ที่กำลังโฆษณาขายข้าวสาร น้ำปลา กะปิ ปลาร้า ผงซักฟอกตราพลัง 5 แกนนำ ฯลฯ ตัดฉับ! เปลี่ยนเป็นทีวีรวมการเฉพาะกิจ ศาสดาประกาศรวมพลพี่น้องเอ๊ยทันทีวันอาทิตย์นี้

เปรียบไปก็เหมือนต้นไม้กำลังเฉาแดด จู่ๆ มีฝนถล่มกลางฤดูแล้ง เพราะพันธมิตรเป็นเหมือนที่นักวิชาการดักคอไว้ จากขบวนการเคลื่อนไหวสุดขั้วสุดโต่งจะไปเป็นพรรคการเมือง มีแต่เฉาลงๆ ยังไง้ยังไงก็ต้องหาทางออกเอ็กเซอร์ไซส์ เรียกระดมศิษย์เก่าคืนสู่เหย้า (เตรียมเงินบริจาคมาด้วยนะพี่น้องเอ๊ย)

นี่จึงเป็นเกมกินสองต่อสามต่อของพันธมิตร ทั้งกระทืบทักษิณ ทั้งเอาทักษิณมาเป็นพรมรองตีนสร้างพรรค และเป็นไปได้ว่าจะหาทางกดดันรัฐบาลประชาธิปัตย์ เพื่อโชว์ออฟโชว์พาวว่าเรารักชาติศาสน์กษัตริย์มากกว่า (แต่ยังไงก็ไม่เท่าเนวิน ประธานคณะทำงานจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ยิ่งใหญ่อลังการ 9 วัน)

ฉะนั้นผมไม่แปลกใจที่สุริยะใสออกมาเล่นวาทกรรมว่า คลั่งชาติดีกว่าขายชาติ ถ้าเป็นเมื่อสี่ห้าปีก่อน เลขาธิการ ครป.พูดอย่างนี้ ก็ต้องยืมวาทกวย เอ๊ย วาทกรรมของอาจารย์ปิยบุตรทิ่มปาก (ฮา) แต่ตอนนี้เป็นเลขาธิการพรรคแล้วนะคร้าบ ก็ไม่ว่ากัน

คนไทยยุคนี้ต้องใส่หน้ากากเข้าหากัน (ช่วยโฆษณาให้กระทรวงสาธารณสุข) ทุกฝ่ายจึงเล่นเกมทั้งนั้น ทั้งจงใจ ทั้งร่วมด้วยช่วยกันวุ่น และช่วยกันทำให้เละ

ถามว่าทักษิณเล่นเกมอะไร หลายคนมองว่าเป็นเกมยั่วยุให้รัฐบาลไทยใช้มาตรการรุนแรงตอบโต้เขมร โดยเอาตัวเข้าเสี่ยงกับการปลุกกระแสชาตินิยม คุ้มไหมไม่ทราบ แต่กระแสชาตินิยมมักวูบวาบและตีกลับง่าย เพราะคนไทยถูกปลูกฝังกระแสชาตินิยมฉาบฉวย เนื้อหาสาระบางเบา

รัฐบาล ปชป.ก็เล่นเกมตอบโต้ ปลุกกระแสชาตินิยมหาคะแนนเข้าตัว แต่รัฐบาลก็รู้ว่าต้องระมัดระวังคุมให้อยู่ในระดับเหมาะสม (ตามที่แบ็กใหญ่ หมอประเวศเตือน) เพราะถ้าปิดชายแดน ปิดการค้าขาย กระแสจะตีกลับมาเข้าเนื้อ จึงเห็นว่าแม้แต่ MOU อภิสิทธิ์ก็ไม่ยกเลิกเอง แต่โยนเข้าสภา

ปัญหาคือ รัฐบาลจะคุมไม่อยู่ก็เพราะพี่น้องเอ๊ยนี่แหละ พี่น้องเอ๊ยเป็นอะไรที่อยู่นอกเหนือการควบคุม นอกเหนือเหตุผล นอกเหนือความคาดหมายทั้งปวง (ฉะนั้น ช่วยมากันเยอะๆ หน่อย-ฮา)

เกมนี้ของทักษิณ ในระยะเฉพาะหน้าเหมือนเปลืองตัว มีแต่เสียกับเสีย แต่ในระยะยาวจะเป็นอย่างไร ใครจะไปรู้ เพราะเราไม่ใช่ทักษิณ (ฮา) แต่ทักษิณคงมองว่า ลำพังม็อบเสื้อแดง ลำพังความแตกแยกในรัฐบาล ลำพังความสับสนวุ่นวายใน “ระบอบไม่เอาทักษิณ” ยังไม่สามารถทำให้บรรลุเป้าได้ ในขณะที่คดียึดทรัพย์กำลังจะตัดสินในปลายเดือนมกราคมหรืออย่างช้าก็เดือนกุมภาพันธ์

การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยสามารถรอเวลาให้ระบอบปัจจุบันเปื่อยลงๆ แต่ทักษิณรอไม่ได้ เพราะทักษิณไม่ได้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย แต่ทักษิณต้องการเอาเงินคืน ฉะนั้นทักษิณจึงพร้อมจะจุดชนวนทุกอย่างไม่ว่าเป็นผลดีหรือเสีย ก็ยังดีกว่าปล่อยให้เวลายืดเยื้อ

ที่น่าสนใจกว่าคือ ทำไมฮุนเซนกล้าเสี่ยงเอาตัวเข้ามาเล่นเกมนี้ ถึงขั้นประกาศโต้งๆ ว่าไม่เป็นศัตรูกับประชาชนไทยแต่เป็นศัตรูกับอภิสิทธิ์ เหมือนวางเดิมพันว่าจะมีการเปลี่ยนขั้วอำนาจในประเทศไทย ที่น่าสนใจกว่านั้นอีกคือ ฮุนเซนมีแบ็กในระดับนานาชาติหรือไม่ อย่าลืมว่าไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์ในภูมิภาคนี้ เป็นจุดช่วงชิงกันแผ่อิทธิพลระหว่างมหาอำนาจเก่ากับมหาอำนาจใหม่

เกมที่น่าจับตาของทักษิณ คือการให้สัมภาษณ์นิตยสาร Times ซึ่งกลายเป็นพลาดเป้า เพราะถูกรัฐบาลและสื่ออคติจับมาบิดเบือน ทั้งที่บทสัมภาษณ์ละเอียด 12 หน้า ไม่มีตรงไหนหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ส.ศิวรักษ์ยังพูดหนักกว่าด้วยซ้ำ การที่ Times พาดหัวฟังไม่เหมาะสม ถ้ามี sense นักข่าว ถ้ามีจรรยาบรรณวิชาชีพ ก็น่าจะเข้าใจ sense ของนักข่าวฝรั่ง นักข่าวไทยก็บ่อยไปที่พาดหัวสวิงสวายทั้งที่อ่านบทสัมภาษณ์ไม่มีอะไร เพียงแต่พอเป็นเรื่องสถาบัน นักข่าวเราไม่ทำอย่างนั้น (เช่นผมสัมภาษณ์ ส.ศิวรักษ์ ก็พาดหัวว่า “ต้องรักษาสถาบัน” แหะ แหะ)

จึงเป็นเรื่องเลอะเทอะที่ต้องสั่งเอกอัครราชทูตไปประท้วง ถ้าผิดก็ฟ้องไปสิ ดูซิว่าอัยการจะสั่งฟ้องหรือเปล่า ศาลจะตัดสินว่า Times ผิดหรือเปล่า อันที่จริง รัฐบาลน่าจะส่งสมชาย แสวงการ ไปแทน ไปสอน Times ให้เข้าใจจรรยาบรรณวิชาชีพสื่อ ให้ลือชื่อก้องโลกไปเลย (ฮา)

ทักษิณเองก็เลอะเทอะ ที่เที่ยวไปประท้วง Times ตัวให้สัมภาษณ์เขาไปแล้ว เขาเขียนอย่างไรเขารับผิดชอบเอง บทสัมภาษณ์คำต่อคำเขาก็ลงเปรียบเทียบให้แล้ว ทักษิณยังมาขอโทษขอโพย อย่างนี้อู้กำเมืองต้องเรียกว่า “ขี้แขะ” นี่หว่า บ่าแม้ว

อันที่จริงบทสัมภาษณ์ Times สรุปสาระสำคัญได้สั้นๆว่า Times ถามเป็นความนัยระหว่างบรรทัดว่า “เฮ้ สแควร์เฟซ ยูคิดว่ายูจะกลับประเทศได้ด้วยวิธีไหน” ซึ่งทักษิณก็ตอบเป็นความนัยระหว่างบรรทัด แจ่มแจ้ง ชัดเจน

ตรงนี้ตะหากที่ทำให้พันธมิตรเต้น “ระบอบไม่เอาทักษิณ” เต้นเป็นผีเข้า และกลัวจนต้องบล็อกความนัยที่ทักษิณพยายามจะสื่อ

ความอยุติธรรมของการใช้ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมาทำลายล้างกันทางการเมืองก็คือ สาธารณชนถูกปิดกั้นไม่ให้รับรู้เนื้อหาข้อความนั้น แล้วกลับมีสื่อ นักวิชาการ ส.ว.บ้าบอ คอลัมนิดคอลัมหน่อย มาใช้น้ำลายย่อยอาหารป้อนใส่ปากประชาชน ว่าหมิ่นชัด หมิ่นชัวร์ หมิ่นอย่างไรบอกไม่ได้ แต่จาบจ้วงโอหังบังอาจสมควรตาย

ซึ่งอันที่จริงข้อหาหมิ่นประมาทบุคคลทั่วไป ก็ห้ามนำข้อความมาเผยแพร่ซ้ำ แต่ไม่มีรายการร่วมด้วยช่วยกันยำ ช่วงชิงเสนอหน้าเป็นผู้จงรักภักดี ตีความก่อนอัยการและศาล ชี้นำสาธารณชนเพื่อผลทางการเมืองเช่นนี้

อย่างไรก็ดีมีเรื่องตลกว่า ในขณะที่พันธมิตรและระบอบไม่เอาทักษิณพยายามบล็อก “สาร” ของทักษิณ ผมเจอนักประชาธิปไตยฝ่ายเสื้อแดง กลับบอกว่าใครจะแปลเผยแพร่ก็แปลไป เขาไม่เอาด้วยหรอก จะทำให้มวลชนสับสนเสียเปล่าๆ

อ้าว เป็นงั้นไป แต่เข้าใจได้ว่าเป้าหมายของทักษิณกับนักประชาธิปไตยเสื้อแดงต่างกัน ทักษิณต้องการแค่เอาตัวรอด ถ้าต่อรองได้ก็ต่อรอง แต่นักประชาธิปไตยต้องการต่อสู้ถึงที่สุด

นักประชาธิปไตยหลายคนยังบอกว่า อยากให้คดียึดทรัพย์สิ้นสุดเสียเร็วๆ ยึดแม่มให้หมดเลย ทักษิณจะได้เลิกโลเล ต่อรอง หวังพึ่ง อีกหลายคนก็บอกว่าอยากให้เรื่องทักษิณจบๆ จะได้เป็นเรื่องของประชาธิปไตยล้วนๆ

สถานการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไปคงคาดได้ลำบาก ผมรู้ว่าพันธมิตรกลัวอะไร แต่ยิ่งกลัวก็ยิ่งออกนอกหลักการประชาธิปไตย แล้วคุณจะเอาอะไรมาสู้ ถ้ามันเกิดเป็นเช่นนั้นจริง ถ้าทักษิณเหาะเหินเดินอากาศกลับมาได้จริง

ก็เชิญเล่นเกมกันต่อไป ใครจะกล้าห้ามเด็กแว้น แต่ช่วงเวลามันนับถอยหลังเรื่อยๆ แล้วครับ ความเหลวไหลเลอะเทอะกำลังจะตกขอบถึงขีดสุด จนต้องหัวเราะไปด้วยร้องไห้ไปด้วย

ผมเป็นคนมองโลกในแง่ดี เชื่อมั่นเสมอ (งมงายหรือเปล่าไม่รู้) ว่าสรรพสิ่งต้องเปลี่ยนแปลงก้าวหน้า สังคมไทยจะต้องก้าวข้ามยุคที่เอาทักษิณ เอาสถาบันมาเป็นศูนย์กลางความขัดแย้งทางการเมือง อย่างที่คุณนักปรัชญาชายขอบเขียน

เพียงแต่จะต้องจ่ายค่าตอบแทนเท่าไหร่ ยังเป็นที่กังขา ไม่กล้าคิด

ก็ขอทิ้งท้ายด้วยข้อความที่มีคนไปเม้นท์ใน Times Online ซึ่งมีพวกพันธมิตรเยอะเชียว ที่เรียนสูงๆ เก่งภาษาอังกฤษ ขนาดเขียนได้ยาวๆ ประจานความคิดวิจารณญาณของตัวเองให้ฝรั่งอ่าน

แต่มีรายหนึ่งที่ผมชอบใจ เขาใช้ชื่อ Mike Boon บอกว่า “ยิ่งผมอ่านความเห็นในบล็อกนี้มากเท่าไหร่ ผมยิ่งคิดว่าสงครามกลางเมืองหลีกเลี่ยงไม่ได้ คำถามมีเพียงจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ธุรกิจของผมทำให้ต้องเดินทางไปเวียดนามบ่อย ผู้คนที่นั่นบอกผมว่า ‘พวกคุณคนไทยต้องได้รับบทเรียนเกี่ยวกับสงครามกลางเมือง’ ซึ่งพวกเขามีแล้ว ผมเป็นแค่คนผ่านทางที่อยากรู้อยากเห็น และผมงงงวยกับความสุดขั้วของทั้งฝ่ายนิยมและต่อต้านทักษิณ ซึ่งแสดงออกยิ่งกว่าเด็กๆ ขอให้โชคดี ประเทศไทย คุณอาจต้องการโชคในเร็วๆ นี้”

ใบตองแห้ง

ประมวลภาพคอนเสิร์ตเสื้อแดงที่โบนันซ่า เขาใหญ่ 14/11/2552 อัพเดทถึงห้าโมงเย็น

พฤศจิกายน 14, 2009 Make Love Not War! ใส่ความเห็น

ทูต 4 ประเทศพบฮุนเซ็นเคลียร์ขับเลขาฯไทย

พฤศจิกายน 14, 2009 Make Love Not War! ใส่ความเห็น

ไทยรัฐ : ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (14 พ.ย.) นายศานิตย์ นาคสุขศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ได้เดินทางมาตรวจบรรยากาศบริเวณหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พร้อมทั้งตรวจการเดินทางผ่านเข้า-ออก ด่านพรมแดนอรัญประเทศ ของคนไทยและคนกัมพูชา หลังมีข่าวรัฐบาลกัมพูชาจับกุมวิศวกรชาวไทยตั้งข้อหาหนักจารกรรม พร้อมทั้งได้สั่งการให้ ด่านตรวจคนเข้าเมืองอรัญประเทศ ประกาศเตือนคนไทยที่เดินทางเข้าไปในประเทศกัมพูชา ให้ใช้ความระมัดระวังในขณะอยู่ประเทศกัมพูชา และไม่ควรนำกล้องบัณทึกภาพขนาดใหญ่ติดตัว อีกทั้งเตือนการถ่ายภาพในกัมพูชาให้ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

นายศานิตย์ กล่าวว่า จากการเดินทางมาตรวจการค้าการท่องเที่ยวในตลาดโรงเกลือ และหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ พบว่าการค้าในตลาดโรงเกลือ ยังเป็นปกติมีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางมาหาซื้อสินค้าในตลาดโรงเกลือตาม ปกติไม่มีการหวาดกลัว หรือ แตกตื่นแต่อย่างใด ส่วนชาวกัมพูชาก็เดินทางเข้ามาค้าขายตามปกติเช่นกัน ด้าน นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางเข้าไปในกัมพูชา ยอมรับว่าลดลง โดยเฉพาะนักพนันชาวไทยลดลง โดยเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้มีการเข้มงวด นักพนันที่ไปบ่อนฝั่งปอยเปต

ผวจ.สระแก้ว กล่าวต่อว่า ส่วนมาตรการเตือนคนไทยที่เดินทางไปเที่ยวในกัมพูชานั้น เนื่องจากข่าวการจับ ตัววิศวกรชาวไทยในกัมพูชา แล้วตั้งข้อหาจารกรรม นั้นจึงต้องประชาสัมพันธ์ให้คนไทยที่เดินทางไปในกัมพูชาใช้ความระมัดระวัง โดยเฉพาะการถ่ายรูปต่างๆ และไม่ควรนำกล้องถ่ายภาพขนาดใหญ่เข้าไปในกัมพูชา

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ต่อมาเวลาประมาณ 11.30 น.ได้มีคณะทูตจาก4 ประเทศ ได้แก่ ลาว ฟิลิปินส์ เวียตนาม และซาอุดิอาระเบีย รวม 4 ประเทศ โดยทั้งหมดได้เดินทางโดยรถตู้ 2 คัน และรถเก๋งอีก 3 คัน มาที่สถานกงสุลใหญ่กัมพูชา ประจำอำเภออรัญประเทศ เพื่อทำวีซ่าเดินทางเข้ากัมพูชา ผ่านด่านพรมแดนอรัญประเทศ โดยจากการตรวจสอบทราบว่าทั้งหมด จะเดินทางไปพบนายฮุน เซ็น นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เพื่อเคลียร์ปัญหากรณี รัฐบาลกัมพูชาัขับเลขานุการเอกอัครราชทูตไทยในกัมพูชาออกนอกประเทศ โดย จนท.ทูต ทั้ง 4 ประเทศ ต้องการไปแสดงออกถึงความห่วงใยกรณี ดังกล่าวเกรงว่าจะลุกลามบานปลายจนเป็นปัญหาของทั้งสองประเทศ

กองทัพยืนยันข่าวกัมพูชาจับ ศรภ.คลาดเคลื่อน แจงไม่มี จนท.ชื่อ มานิต

พฤศจิกายน 14, 2009 Make Love Not War! ใส่ความเห็น

กรุงเทพฯ 14 พ.ย. -  พ.อ.สิทธิชัย มากกุญชร โฆษกกองทัพไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวกัมพูชาจับกุม นายมานิต เจ้าหน้าที่ศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) กองบัญชาการกองทัพไทย ข้อหาสอดแนมที่โรงแรมซิตี้ อังกอร์ เมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นที่พักของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า จากการตรวจสอบจากศูนย์รักษาความปลอดภัยยืนยันว่า ทางหน่วยไม่มีเจ้าหน้าที่ที่ชื่อนายมานิตแต่อย่างใด แต่หากต้องการให้มั่นใจ ขอให้ผู้ที่นำเสนอข่าวระบุนามสกุลด้วย จะได้ตรวจสอบได้อย่างแน่ชัด อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ของกองทัพเข้าไปยังกัมพูชาและถูกจับกุม คงเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากทางกัมพูชา แต่ข่าวที่เกิดขึ้นสร้างความเสื่่อมเสียให้กับ ศรภ. “กองทัพไทยขอเรียนว่า ขณะนี้มีข้อมูลข่าวสารออกมาจำนวนมาก และมีการเล่นข้อมูลข่าวสารกัน จึงอยากให้ประชาชนใช้วิจารณญาณวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารทุกอย่าง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพไทยกับกองทัพกัมพูชา การค้าขาย และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนตามแนวชายแดน ยังเป็นไปตามปกติ ส่วนเรื่องที่ทางการกัมพูชาระบุว่าถอนกำลังทหารออกจากบริเวณตามแนวชายแดนแล้วนั้น ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องนี้ กองทัพจะตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง” โฆษกกองทัพไทย กล่าว – สำนักข่าวไทย

ศาสดาโกเต๊กซ์ ‘สนธิ ลิ้มทองกุล’ คุยฟุ้งเบื้องหลังปฏิวัติ 19 กันยาฯ

พฤศจิกายน 13, 2009 Make Love Not War! ใส่ความเห็น

 

 

ฟังกันชัดๆ อีกครั้ง ‘ศาสดาโกเต๊กซ์’ ลั่นวาจาจะไม่รับตำแหน่งใดๆ ทางการเมือง ถ้ารับ-เจอที่ไหนถุยน้ำลายใส่หน้าได้เลย

พฤศจิกายน 13, 2009 Make Love Not War! ใส่ความเห็น

บ.สามารถยันไม่เกี่ยว ‘ศิวลักษณ์ โชติพงษ์’ วิศวกรถูกเขมรจับ

พฤศจิกายน 13, 2009 Make Love Not War! ใส่ความเห็น

คมชัดลึก : (13พ.ย.) ที่ท่าอากาศยานทหาร กองบินที่ 6 เมื่อเวลา 12.45 น. ที่ท่าอากาศยานทหารกองบิน 6 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ นายเกียรติ สิทธิอมร ผู้แทนการค้าไทย พร้อมคณะ ได้เดินทางมาขึ้นเครื่องบินเพื่อเดินทางไปร่วมการประชุมเอเปค ระหว่างวันที่ 13 – 15 ที่ประเทศสิงคโปร์

ก่อนขึ้นเครื่อง นายอภิสิทธิ์พยักหน้าเมื่อถูกถามว่าทราบข่าวที่วิศวกรไทยซึ่งทำงานในบริษัท กัมพูชา แอร์ ทราฟฟิค เซอร์วิส หรือ CATS (หมายเหตุ : PAD’s Enemies List บริษัทนี้บริหารงานโดยบริษัทสามารถของไทย) ถูกตำรวจกัมพูชาจับจากการก็อปปี้เอกสารเกี่ยวกับเที่ยวบินของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจรัฐบาลกัมพูชา และของสมเด็จฯฮูน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา แล้วหรือไม่ เมื่อถามว่าจะดูแลคนไทยคนนั้นอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ จะดูแลเหมือนอย่างที่ดูแลคนไทยเวลาที่เจอคดีในต่างประเทศ ”

สามารถยันไม่เกี่ยววิศวกรขโมยข้อมูลทักษิณ

นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน)กล่าวว่า มีการปล่อยตัวกลับมาแล้ว 1 คน อีก 1 คนอยู่ระหว่างการสอบสวน โดยพนักงานคนดังกล่าวมีความสนิทสนมเป็นเพื่อนกับเลขานุการเอก สถานทูตไทยประจำกัมพูชา ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัวของพนักงานไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท แต่ทางบริษัทต้องเข้าไปดูแล ซึ่งได้แจ้งเรื่องดังกล่าวกับกระทรวงการต่างประเทศแล้ว

“อย่างไรก็ตามมองว่า ข้อมูลตารางการบินเป็นข้อมูลปกติทั่วไป ที่ไม่ใช่ข้อมูลที่เป็นความลับ แต่ทั้งนี้เหตุการณ์อยู่ในสภาวะไม่ปกติ จึงทำให้เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องบอบบาง การดำเนินธุรกิจของบริษัทในประเทศกัมพูชา ยังคงอยู่ในสภาวะปกติ ทั้งบริษัทวิทยุการบิน และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องโรงไฟฟ้าของบริษัทปูนซิเมนต์ไทย” นายวัฒน์ชัย กล่าว

บัวแก้วชี้เขมรกลั่นแกล้งจับวิศวกรไทย

นายกษิต กล่าวถึงข่าวกัมพูชาจับกุมวิศวกรไทยหน่วยจราจรอากาศ (Cambodia Air Traffic Service) ฐานเป็นสายลับขโมยข้อมูลเที่ยวบินของ พ.ตท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯส่งให้ทูตไทย โดยระบุว่า เป็นเรื่องกลั่นแกล้งใส่ร้าย ได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูต ประจำกรุงพนมเปญ ดูแลรายละเอียดกระบวนการยุติธรรมแล้ว ทั้งนี้เห็นว่าความวุ่นวายที่เกิดขึ้นมาจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ส่วนการพิจารณาดำเนินการต่อกัมพูชา นั้น นายกษิตกล่าวว่า ทางสมช.จะเป็นหน่วยงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ด้านนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และรักษาการโฆษกสำนักนายกฯ กล่าวกรณีที่ทางการกัมพูชาจับกุมวิศวกรชาวไทยในชข้อหาจารกรรมข้อมูล ว่า รัฐบาลกำลังสอบถามรายละเอียดการจับกุมอยู่ ซึ่งจนท.ทูตที่นั่นกำลังหาข้อมูล ข้อเท็จจริง รายงานเข้ามา เมื่อได้ข้อกล่าวหาแล้วรัฐบาลจะมาพิจารณาดูในขั้นตอนต่อไป อย่างไรก็ตามสถานทูตมีหน้าที่แนะนำ ดูแลความเรียบร้อย ให้เป็นไปตามหลักสากลหรือตามกม.ระหว่างประเทศอยู่แล้ว ก็ต้องว่าไปตามกฎหมาย แต่เรื่องนี้ไม่ควรเป็นประเด็นที่เราไปยุ่งการสืบสวนสอบสวนของฝ่ายเขา

นอกจากนี้นายปณิธาน ยังกล่าวด้วยว่า ปกติเรื่องเที่ยวบินของผู้นำก็อยู่ในชั้นไม่เปิดเผย ซึ่งต้องไปดูว่ารั่วออกมาได้อย่างไร แต่ถ้าเป็นข้อมูลในเรื่องการเดินทางทั่วไปก็เป็นข้อมูลเปิดเผยอยู่แล้ว ไม่ถือเป็นการจรกรรมแต่อย่างใด

ส่วนกรณีที่มีข่าวว่ากลุ่มของนายศิวลักษณ์มีสายสัมพันธ์กับสถานทูตไทยในกัมพูชา นายปณิธาน กล่าวว่า เราต้องให้ความเป็นธรรมกับคนของเราด้วย โดยเฉพาะเมื่อยังไม่ผ่านการสอบสวน ข้อกล่าวหาตั้งกันได้ แต่ต้องให้โอกาสเขาชี้แจงซึ่งในส่วนของนายกฯและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง คงไม่ลงไปกำกับดูแลอะไร ปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอน ต้องกำชับให้คนไทยที่นั่นระมัดระวัง และดูแลคนไทยให้ดี ไม่ทำอะไรขัดกฎหมายของเขา

สำหรับมาตรการทางการทูตที่มีต่อกัมพูชานับจากนี้ นายปณิธาน กล่าวว่า เราคทบทวนความสัมพันธ์ไปอีกระยะ และพิจารณาดูขั้นตอน กระบวนการต่างๆ โดยฉพาะผลประโยชน์ทับซ้อนที่ทำให้เราเสียเปรียบ แต่อย่างไรก็ต้องไม่ให้กระทบประชาชน รวมถึงไม่ให้กระทบกระเทือนความร่วมมือในภูมิภาค

ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์อีกครั้งกรณีที่ทางการกัมพูชาได้จับกุมตัววิศวกรชาวไทยของบริษัท กัมพูชา แอร์ ทราฟฟิค เซอร์วิส( CATS ) ในฐานะที่เข้าไปล้วงดูข้อมูลเที่ยวบินของ พ.ต.ท.ทักิณ ชินวัตร อดีตนายกฯโดยตั้งข้อหาเป็นสายลับ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน ต้องขอเวลาไปตรวจสอบข้อมุลก่อนว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงได้รับรายงานเรื่องนี้มาหรือไม่

เมื่อถามถึง กรณีที่นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยออกมาปูดว่า มีบุคคลสำคัญชื่อย่อย ”ส.” ร่วมลงขันตั้งค่าหัวลอบสังหาร พ.ต.ท.ทักษิณ สูงถึง 150 ล้านบาท นายสุเทพ หัวเราะพร้อมย้อนถามว่า ”แล้วเป็นใครล่ะชื่อ“ส.” สุเทพ เหรอ ถ้าตนมีเงินขนาดนั้นก็ตายไปนานแล้ว ไม่มีหรอก ทำเป็นพูดไป ทั้งนี้ไม่ทราบสาเหตุที่นายประชาออกมาพูดเรื่องในตอนนี้เพื่อผลอะไร อย่างไปยุ่ง อย่าไปสนใจ มันบ้า ๆ พูดไปเรื่อย ”

เมื่อถามว่า การออกมาพูดเรื่องนี้เป็นความพายามที่จะสร้างความปั่นป่วนให้สอดคล้องกับการเดินเกมของ พ.ต.ท.ทักษิณและเครือข่าย นายุสเทพ กล่าวว่า เป็นการกระทำให้มันยุ่งเข้าไว้ ในยุคอย่างนี้ไม่น่าจะมีการลงขันลอบสังหารใคร ข่าวนี้ไม่น่าเชื่อถือ ไม่น่าจะเป็นไปได้ คนไทยเขาไม่คิดทำอย่างนั้นหรอก ถ้าตนมีเงิน 150 ล้าน ไปทำอย่างอื่นดีกว่า

บัวแก้วเชื่อวิศวกรไทยจะได้รับดำเนินคดีอย่างยุติธรรม

นางสาววิมล คิดชอบ อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ทางสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงพนมเปญได้เข้าไปดูแลให้การช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่าคนไทยรายดังกล่าวต้องการความช่วยเหลือใดบ้าง และให้ได้รับความยุติธรรมในการถูกดำเนินคดีให้มากที่สุด แต่โดยขณะนี้กระทรวงยังไม่ได้รับรายงานจากสถานทูตอย่างเป็นทางการในเรื่องนี้ และไม่ทราบว่า ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ใด อย่างไรก็ตาม ฝ่ายไทยยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของกัมพูชา แบบเดียวกัน หากมีคนชาติอื่นถูกดำเนินคดีในประเทศไทย ก็ยังให้มีความหวัง ถือเป็นการให้เกียรติกระบวนการยุติธรรม

ระบุดูแลจนท.สถานทูต-คนไทยในกัมพูชาอย่างใกล้ชิด

นางสาววิมลกล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลกัมพูชาขอให้นายคำรบ ปาลวัฒน์วิไชย เลขานุเอก ของสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงพนมเปญ เดินทางกลับประเทศไทยภายใน 48 นั้น นั้น ว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นมาตรการทางการทูต ซึ่งตนไม่สามารถวิเคราะห์เชื่อมโยงเหตุการณ์ว่า ด้วยเหตุใดที่กัมพูชาถึงตัดสินใจดำเนินการเช่นนั้น ส่วนมีมีความเหมาะสมหรือไม่ พวกเราก็คิดเอาเองแล้วกัน ซึ่งขณะนี้นายคำรบยังเดินทางกลับมาไม่ถึงประเทศไทย แต่ภายหลังที่นายคำรบกลับมาถึงประเทศไทยแล้ว คงมาทำงานที่กระทรวงการต่างประเทศเป็นปกติ และทางผู้ใหญ่ของกระทรวงคงเชิญมาพูดคุยกัน ซึ่งเป็นไปตามหลักปฏิบัติอยู่แล้ว

สำหรับการพิจารณามาตรการตอบโต้ของฝ่ายไทยที่มีต่อกัมพูชา นางสาววิมล กล่าวว่า นายกษิตได้ย้ำแนวทางปฏิบัติให้กระทรวงดำเนินการอย่างสุขุม รอบคอบ และคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนไทยกับกัมพูชา

“สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญและระมัดระวังในการดำเนินการอย่างยิ่ง ไม่ให้กระทบต่อประชาชน โดยขอย้ำว่า การปิดด่านไม่ใช่วิธีการแก้ไขปัญหาแต่อย่างใด ทั้งนี้ ประเทศไทยยังมีความหวังจะกลับคืนสู่ความสัมพันธ์สภาวะปกติ และอยากเห็นความร่วมมือในภูมิภาคที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น”นางสาววิมล กล่าว

นางสาววิมล กล่าวอีกว่า กระทรวงการต่างประเทศมีความเป็นห่วงในสวัสดิภาพของเจ้าหน้าที่สถานทูตไทย ประจำกรุงพนมเปญ ซึ่งได้มีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิด และมีการประเมินสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ซึ่งก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจให้การคุ้มครอง ดูแลสถานทูตอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ตาม ในส่วนคนไทยที่อยู่ในกัมพูชาก็ยังใช้ชีวิตเป็นไปตามปกติ โดยสถานทูตมีเครือข่ายติดต่อกับชุมชนไทยในกัมพูชา หากมีเหตุการณ์ก็สามารถดูแลได้ทั่วถึง แต่โดยขณะนี้ยังไม่จำเป็นต้องออกประกาศเตือนคนไทยในกัมพูชาแต่อย่างใด

ฮุนเซนทักทายเสื้อแดงรุดเยี่ยมทักษิณที่เสียมราฐ

พฤศจิกายน 13, 2009 Make Love Not War! ใส่ความเห็น

Hkg2949699THAILAND-CAMBODIA/THAILAND-CAMBODIA

เขมรจับคนไทยจารกรรมข้อมูลทักษิณ

พฤศจิกายน 13, 2009 Make Love Not War! ใส่ความเห็น

ไทยรัฐ : ตำรวจเขมรจับวิศวกรชาวไทยที่ทำงานอยู่ที่ CATS ในกรุงพนมเปญ ลอบสำเนาเอกสารการเดินทางโดยเที่ยวบินในเขมรของ “ทักษิณ-ฮุนเซน” ส่งกลับเมืองไทย ด้าน “ปณิธาน” เผยรัฐบาลเร่งหาทางช่วยเหลือแล้ว..

เว็บไซต์ของสำนักข่าวซินหัวรายงานเมื่อวันที่ 13 พ.ย. ที่กรุงพนมเปญ อ้างหนังสือพิมพ์ท่้องถ่ินที่เป็นภาษาเขมร Rasmei Kampuchea ว่า ตำรวจกัมพูชาได้จับกุมตัวชายไทยตั้งแต่เมื่อวันพุธที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา ทราบชื่อต่อมาว่า นายศิวรักษ์ โชติพงษ์ หรือ ศิวลักษณ์ โชติพงษ์ อายุ 31 ปี ทำงานตำแหน่งวิศวกร ตามเอกสารหมายจับของอัยการของศาลเทศบาลกรุงพนมเปญ

ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ท้องถ่ินดังกล่าวเผยว่า นายศิวรักษ์ ลอบสำเนาเอกสารจดหมายเกี่ยวกับการเดินทางโดยเครื่องบินในกัมพูชาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย กับสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา จาก CATS องค์กรที่นายศิวรักษ์ ทำงานอยู่ ซึ่งเป็นหน่วยบริการจราจรทางอากาศกัมพูชา มีหน้าที่ควบคุมบังคับทุกเที่ยวบินภายในประเทศกัมพูชา จากนั้นส่งรายงานข้อมูลทั้งหมดไปที่เมืองไทย

นายซก เรือน อัยการของศาลกัมพูชา กล่าวว่า ทางเราได้ตัดสินใจที่จะเข้าจับกุมพลเมืองไทยคนนี้ และลูกน้องของนายศิวรักษ์ ซึ่งมีผลกระทบต่อความมั่นคงภายในประเทศ ส่วนนายเขียว กันทะริด โฆษกประจำทำเนียบรัฐบาลกัมพูชาเผยกับสำนักข่าวซินหัว แต่ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเพ่ิมเติม

ด้านนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงเรื่องนี้ โดยยอมรับว่าเป็นความจริง ทุกอย่างให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมกัมพูชา แต่เมื่อได้ข้อกล่าวหารัฐบาลก็จะพิจารณาดูว่าจะมีขั้นตอนให้ความช่วยเหลืออย่างไร โดยมีเจ้าหน้าที่ด้านกฎหมายของสถานทูตไทยในกรุงพนมเปญคอยให้คำแนะนำ เพื่อให้เป็นไปตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ

คลั่งชาติ

พฤศจิกายน 13, 2009 Make Love Not War! ใส่ความเห็น

คอลัมน์ รุ้งตัดแวง
หนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับ 13 พ.ย. 2552
โดย : สปาย-กลาส

อาการ “คลั่งชาติ” ร้อยทั้งร้อยมักเกิดจากการ “ปลุกปั่น” ของรัฐบาลด้วยกรรมวิธีต่างๆ

เมื่อประชาชนคลุ้มคลั่ง คลั่งชาติจนได้ที่ คราวนี้การทำงานของสมองส่วนควบคุม “เหตุและผล” ก็จะลดวูบ หรือหายไปโดยสิ้นเชิง

เปิดช่องให้รัฐบาลกลบเกลื่อนความผิด-ไร้ประสิทธิภาพของตนได้แบบสบายๆ เพราะชาวบ้านมัวแต่พร้อมใจหันไปด่า “ศัตรูภายนอก” ไม่ลืมหูลืมตา

กรณี “คลั่งชาติคลาสสิค” สุดๆ ระดับโลกไม่นานมานี้ และสร้างความเสียหายใหญ่หลวง ก็คือ

รัฐบาลสหรัฐอเมริกา นำโดยประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช อาศัยอารมณ์โกรธ-กลัว-เกลียดมุสลิมของ “อเมริกันชน” หลังเกิดเหตุวินาศกรรม 11 กันยาฯ จัดทำ “หลักฐานเท็จ” ออกข่าวกรอกหูชาวมะกันทุกวัน หนำ ซ้ำยังหอบหิ้วไปโชว์ให้ที่ประชุม “สหประชา ชาติ” ดูว่า

คณะรัฐบาลตาลิบันแห่งอัฟกานิสถาน และประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน ผู้นำรัฐ บาลอิรัก คอยให้การสนับสนุนโอซามา บิน ลาเดน หัวหน้ากลุ่มก่อการร้ายอัล ไคด้า จอมบงการ 11 กันยาฯ

รัฐบาลบุชจึงจำเป็นต้องก่อ “สงคราม” ปราบปรามศัตรูสหรัฐให้ราบคาบ โลกจะได้อยู่เย็นเป็นสุขเสียที!?!

ขณะนั้น ทั้งสื่อและชาวมะกันส่วนใหญ่แทบไม่มีใครอยากตั้งคำถามถึงมูลเหตุของการก่อการร้าย รวมถึงที่มาของหลักฐาน ข้ออ้างของรัฐบาล และไม่กล้าคัดค้านการส่ง “ทหารสหรัฐ” ไปตายนอกบ้าน เพราะกลัวโดนข้อหา “ไม่รักชาติ!”

จนเวลาผ่านไปหลายปี ทุกวันนี้รัฐบาลตาลิบันแตกกระเจิง ซัดดัมถูกแขวนคอตาย ทหารสหรัฐพลีชีพไป 4 พันกว่านาย พล เรือนอิรักตายเหยียบแสน แต่สหรัฐและโลกเราก็ไม่ได้ปลอดภัยขึ้น หนำซ้ำกระแสต่อต้านสหรัฐและรัฐบาลหุ่นเชิดยังจะยิ่งลุกลามรุนแรงขึ้นทุกขณะ

เคราะห์ยังดีที่ผลสุดท้าย อเมริกันชนยังตาสว่าง ลงโทษรัฐบาลรีพับลิกันของบุช ด้วย การเลือก “โอบามา” จากเดโมแครตเป็นประธานาธิบดีคนใหม่

แต่เมื่อ “ตกหล่มสงคราม” ไปแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะถอนตัว!

“เขมร-ไทย”ไล่เพิ่ม เลขาทูต พ้นภายใน48ชม.

พฤศจิกายน 13, 2009 Make Love Not War! ใส่ความเห็น

ข่าวสดรายงานว่า ช่วงเย็นวันที่ 12 พ.ย. ที่ผ่านมา นายธานี ทองภักดี รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวยืนยันข่าวกัมพูชาขับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสถานทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ออกจากประเทศว่า ช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้กัมพูชาขอให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสถานทูต ณ กรุงพนมเปญ เดินทางออกจากประเทศไทย ใน 48 ชั่วโมง โดยไม่ได้แจ้งเหตุผล เพียงแต่แจ้งว่าถือเป็นบุคคลที่ไม่พึงปรารถนา ประเทศไทยจึงตอบโต้ด้วยเงื่อนไขเดียวกัน ขอย้ำว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายดำเนินการก่อน นอกจากนี้ นายธานียังกล่าวยืนยันว่านายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ เดิน ทางกลับมาประเทศไทยจริง เพื่อประเมินสถานการณ์ ในขณะนี้ยังไม่สามารถระบุหรือยืนยันได้ว่านายกษิตจะเดินทางกลับไปประเทศสิงคโปร์ เพื่อร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐ ในวันที่ 15 พ.ย.หรือไม่

นายปณิธาน วัฒนายากร กล่าวถึงกรณีทางการกัมพูชาให้เลขานุการเอกสถานทูตไทย ประจำกัมพูชา เดินทางออกนอกประเทศ ภายในเวลา 48 ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลา 17.00 น. ของวันที่ 12 พ.ย.ว่า ทางการไทยก็จะเชิญเลขานุการเอกสถานทูตกัมพูชาเดินทางออกนอกประเทศไทยใน 48 ชั่วโมงเช่นเดียวกัน เพราะตามหลักสากลจะต้องปรับระดับทางการทูตให้เท่าเทียมกัน อย่างไรก็ตามหากรัฐบาลกัมพูชามีมาตรการทางการทูตตอบโต้ใดออกมาอีก รัฐบาลไทยก็ต้องหารือกันว่าจะมีมาตรการอย่างไรต่อไป เชื่อ