Archive

Archive for the ‘Uncategorized’ Category

ปธ.อนุสมานฉันท์ให้”ทักษิณ”กลับมาติดคุกบันไดสู่การยุบสภา-เจรจาแก้ รธน.-จัดลือกตั้งใหม่

ธันวาคม 23, 2009 Make Love Not War! ใส่ความเห็น

มติชน : ปธ.อนุกก.ศึกษาสมานฉันท์ร้อง”ทักษิณ”กลับมารับโทษ ติดคุกก่อน ค่อยแก้รธน. -ยุบสภาฯ -เลือกตั้งใหม่ เพื่อให้ชาติหลุดพ้นวิกฤต ขอให้ทุกคนยอมรับความจริง”เทพเทือก” ชี้ไม่มีช่องเลิกรธน.50 ต้องให้คนทั้งชาติเห็นดีด้วย “วิปรบ.” ชงยุบใน120 วันหลังรื้อรธน. ยินดีเป็นบันไดก้าวแรก

ส.ว.จวก 3 ข้อเสนอเป็นไปไม่ได้

นายตวง อันทะไชย ส.ว.สรรหา ประธานอนุกรรมการศึกษาหาแนวทางการสมานฉันท์ คณะกรรมการสมานฉันท์ฯกล่าวว่า ข้อเสนอของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อเจรจา 3 ข้อคือ นำรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 หรือที่มีเนื้อหาใกล้เคียงมาใช้, การยุบสภา และการเลือกตั้งใหม่โดยให้ทุกสีต้องลงสัตยาบันยอมรับผลการเลือกตั้ง ว่า เป็นจินตนาการบนเงื่อนไขของตนเองทั้งสิ้น แต่ข้อเสนอให้เจรจาของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ คือเจรจาบนพื้นฐานของความเป็นจริงในปัจจุบัน และจะก้าวไปข้างหน้าอย่างไร นั่นคือ ทุกคู่ขัดแย้งต้องยอมรับความจริง ต้องยอมรับระบบประเทศไทย ยอมรับ 3 อำนาจอธิปไตย หากทุกฝ่ายยอมรับก็สามารถมาเจรจากันได้ หมายความว่า พ.ต.ท.ทักษิณต้องกลับมารับโทษ ตามกระบวนการยุติธรรม

“ผมคิดว่า คุณทักษิณหากกลับมาติดคุก ก็แป๊บเดียว ออกมาแล้วก็มาเจรจากัน จะแก้รัฐธรรมนูญกี่มาตรา ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ลงสัตยาบัน ก็ไม่มีใครว่า แต่ถ้าคุณทักษิณจะให้วกกลับไปก่อน 19 กันยายน 2549 มันเป็นไปไม่ได้ เพราะการเจรจาไม่ใช่เพื่อคุณทักษิณ เพื่อรัฐบาล หรือเพื่อใครคนหนึ่ง แต่เพื่อให้ประเทศหลุดพ้นวิกฤต” นายตวงกล่าว

“สุเทพ” ชี้ไม่มีช่องเลิกรธน.50

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง กล่าวถึง กรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดง ประกาศเงื่อนไขที่จะทำให้บ้านเมืองสงบสุข คือ ให้ทุกฝ่ายลงสัตยาบันว่า รัฐบาลยุบสภาเลือกตั้งใหม่ โดยใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 ใครแพ้ต้องยุติความเคลื่อนไหว ว่า อยู่ๆ จะบอกว่าใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 มันทำไม่ได้ การที่จะยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไม่มีช่องทางให้ยกเลิก วิธีที่ทำได้มีเพียงแนวทางที่คณะกรรมการสมานฉันท์ฯเสนอคือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะแก้ประเด็นไหนอยากให้เหมือนรัฐธรรมนูญฉบับใดก็เสนอมา จากนั้น ไปทำประชามติเพื่อถามประชาชน หากร่วมมือร่วมแรงกันจริงๆ เพียง 5-6 เดือนก็แก้ไขเสร็จ ซึ่งเมื่อได้กติกาที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ จะยุบสภาก็ยอมรับได้

ชี้ต้องให้คนทั้งชาติเห็นดีด้วย

“แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องทำก่อนเลือกตั้งใหม่คือ ทุกคนทุกฝ่ายต้องยอมรับกติกา ไม่ใช่ว่าผมไปปราศรัยแล้วพวกเขาเอาเก้าอี้ขวาง หรือไล่ตีกบาล แบบนี้ไม่เป็นประชาธิปไตย ต้องทำให้นิ่งให้สงบ เพราะบ้านเมืองไทยเมื่อก่อน การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย แต่ตอนนี้ถ้าดูตามที่เขากำลังทำอยู่ทุกวันนี้ ไม่มีความมั่นใจได้ว่าการเลือกตั้งจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย” นายสุเทพกล่าว

เมื่อถามว่า กระบวนการที่รัฐบาลกำลังทำอยู่น่าจะใช้เวลานานไม่ทันใจคนบางคนหรือบางกลุ่ม นายสุเทพ กล่าวว่า บ้านเมืองไม่ใช่เรื่องที่จะเอาตามใจใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของประชาชนทั้งประเทศ ต้องทำให้ทุกคนมีส่วนร่วม จะเดินหน้าไปทางไหนต้องให้คนทั้งประเทศเห็นดีเห็นงามด้วย เมื่อถามว่า นายจตุพรถึงขนาดขอเดิมพันแผ่นดิน คนที่แพ้จะไม่ออกมาเคลื่อนไหวสร้างความรุนแรง นายสุเทพกล่าวว่า เป็นคนที่ไม่เชื่อถือคำพูดนายจตุพร ดังนั้น ไม่ว่าจะพูดอะไรก็เชื่อไม่ได้ แต่ถ้าทุกคนเคารพกติกาบ้านเมือง ทุกอย่างก็เรียบร้อยไม่ต้องมาท้าเดิมพันอะไรกัน

“วิป” ชงยุบใน120 วันหลังรื้อรธน.

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงาน (วิป) พรรคร่วมรัฐบาล กล่าวว่า อยากให้ฝ่ายค้านเข้าร่วมกระบวนการแก้ไขรัฐธรรนูญ เพื่อหาทางออกให้ประเทศ ไม่ใช่จะมาเจรจาเพื่อรักษาผลประโยชน์ให้คนใดคนหนึ่ง เพราะการยุบสภาต้องมาจาก 2 แนวทาง คือ รัฐบาลถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ และเสียงไม่ไว้วางใจมากกว่า หรือการร่วมมือแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดช่องให้มีการเขียนในบทเฉพาะกาลเลยว่า เมื่อรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้แล้ว 120 วันจะต้องมีการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ ดังนั้น อยากให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินเข้าสู่กระบวนการรัฐสภา เพราะเป็นหนทางเดียวเท่านั้นที่จะนำไปสู่การยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ อย่างที่ พ.ต.ท.ทักษิณต้องการ

“หากพรรคเพื่อไทย (พท.) ต้องการให้มีการดำเนินการอย่างแท้จริง ผมในฐานะประธานวิปรัฐบาล ยินดีเป็นบันไดก้าวแรกที่จะมาพูดคุยกัน เพราะเงื่อนไขตอนนี้ไม่ใช่เรื่องที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะมาพูดคุยกับนายกฯ หรือคนที่สูงกว่านายกฯ แต่ พ.ต.ท.ทักษิณต้องให้ ส.ส.พท.ที่ไว้วางใจ มาเจรจากับผม จะได้เป็นบันไดขั้นแรกที่ทำให้เห็นว่าต่างฝ่ายต่างใจจริงที่นำไปสู่การหาทางออกของประเทศ” นายชินวรณ์กล่าว และว่า หาก พท.เข้าร่วมด้วยแก้รัฐธรรมนูญก็ใช้เวลาประมาณ 1 ปี จึงจะมีการยุบสภา

เปิดสภาสมัยสามัญ21ม.ค.53

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณี พท.ท้าให้รัฐบาลยุบสภา เพื่อเลือกตั้งใหม่ ว่า สนามการเมืองเหมือนสนามการค้า ที่จะต้องมีการแข่งขัน ตราบใดก็ตาม ที่ยังไม่รู้แพ้รู้ชนะ ก็อย่าเพิ่งพูด เพราะทุกอย่างอยู่ที่การวางแผน
นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.ฎ.เรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญทั่วไป ประจำปี 2553 ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2553 ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอ และให้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป

Categories: Uncategorized ป้ายกำกับ:

“ทักษิณ”ทวิตบอกเห็นหนังสือลับ กต.แล้ว ซัดยุคตกต่ำสุดๆ เล็งโหลดลงเว็บโชว์ “จตุพร”ยันเป็นแผน”กษิต”

ธันวาคม 21, 2009 Make Love Not War! ใส่ความเห็น

มติชน :  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 20 ธันวาคม พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ทวิตข้อความผ่านเว็บบล็อก Twitter.com ว่า .เห็นหนังสือลับ กต. (กระทรวงการต่างประเทศ) ที่นายกษิต (ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ) มีถึงนายอภิสิทธิ์ (เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี) แล้ว ในฐานะเป็นสมาชิกสราญรมย์คนหนึ่งรู้สึกได้ว่า กต.ที่ทุกคนภาคภูมิใจอยากมาอยู่ต้องตกต่ำลงสุดๆ วันพรุ่งนี้ (21 ธันวาคม)จะ loadใ ส่webผมให้อ่านให้จุใจ จะได้รู้ว่าคนบ้ามีอำนาจมีจริงครับ”

“จตุพร”เลื่อนเปิดเอกสารลับกต.มั่นใจเป็นแผน”กษิต”สั่งดำเนินการ”แม้ว”


นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.ว่า ตนจะนำเอกสารลับชุดใหม่ของกระทรวงต่างประเทศออกมาเปิดเผยเพิ่มเติม ในวันที่ 23 ธ.ค.นี้ จากเดิมที่กำหนดจะเปิดเผยวานนี้ ทั้งนี้ การเลื่อนไม่ใช่เป็นเพราะหลักฐานไม่ชัดเจน แต่เพื่อจะได้สอดรับการแถลงผลงานรัฐบาลที่จะมีขึ้นในวันดังกล่าว ซึ่งจะทำให้เห็นว่าใครพูดจริง ใครพูดเท็จ ซึ่งเอกสารชุดใหม่ครั้งนี้มีจำนวน 9 แผ่น เป็นชุดที่มีเนื้อหาและถ้อยคำระบุชัดเจนว่า กระทรวงต่างประเทศ โดยเฉพาะนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สั่งการเพื่อให้ดำเนินการอย่างไรกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ส่วนการที่นายกษิตออกมายอมรับว่าเป็นเอกสารจริง แต่เป็นเพียงการประเมินสถานการณ์ นายจตุพร บอกว่า คำที่ใช้ “ประเมิน” ไม่ใช่แน่นอน แต่เป็น “แผนการ” ซึ่งเอกสารชุดหลังที่จะเปิดเผยนั้น จะทำให้เห็นว่าเรื่องนี้คือแผนการที่ถูกวางไว้แล้ว


นายจุตพร ยังกล่าวถึงกรณีโฆษกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ตำหนิว่า พฤติกรรมเหมือนพระยาออกญาจักรีที่เปิดประตูเมืองอยุธยาให้พม่าเข้ามาเผาเมือง โดยยืนยันว่า ตนไม่ใช่คนขายชาติ และไม่ตอบโต้คนที่ไม่มีราคา

พท.หาว่าออกคำสั่งผิดกม.-ขัดรธน.
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) นำสมาชิกพรรคประกอบด้วย นายปลอดประสพ สุรัสวดี นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ แถลงเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ที่ ทำการพรรคพท. โดยนายยงยุทธกล่าวว่า เนื้อหาหนังสือระบุที่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นภัยหลักคุกคามชาตินั้น ข้อเท็จจริงไม่ใช่ แต่ภัยหลักที่กำลังคุกคามประชาชน คือ ความยากจน รวมทั้งปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่รัฐบาลควรลงพื้นที่แก้ปัญหา และเอกสารลับดังกล่าว ขณะนี้ยังไม่พบว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เซ็นลงนาม จึงจะไม่ยื่นฟ้องดำเนินคดีใดๆ แต่หากภายหลังพบว่า มีการปฏิบัติตามหนังสือที่ออกโดยไม่ถูกต้อง พรรคจะดำเนินต่อไป
นายปลอดประสพกล่าวว่า ได้วิเคราะห์รายละเอียดในหนังสือร่วมกันแล้ว ตั้งข้อสังเกต 5 ข้อ
1.เห็นว่าเอกสารดังกล่าว เป็นการออกคำสั่งที่ผิดกฎหมาย และขัดรัฐธรรมนูญ ผิดระเบียบบริหาราชการแผ่นดิน รวมทั้งระเบียบข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เพราะเป็นคำสั่งที่ให้ข้าราชการประจำ ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีความเป็นกลาง
2.การออกคำสั่งในหนังสือสะท้อนให้เห็นว่า ขาดด้อยเรื่องคุณธรรม และจริยธรรม
3.สิ่งที่เสนอให้ปฏิบัติตามหนังสือ เป็นการสร้างความแตกแยกในสังคม ปฏิเสธความปรองดองสมานฉันท์ โดยความสัมพันธ์กับต่างประเทศ ไม่ได้พูดถึงการฟื้นฟูสัมพันธ์ที่ดีกับกัมพูชา ไม่พูดว่าจะส่งทูต เลขานุการทูต กลับไปสร้างความสัมพันธ์อย่างไร มีแต่พูดถึงการตอบโต้
4.นายกณไม่รู้ว่าจะสั่งการอย่างไร แต่ขอเตือนข้าราชการประจำว่าหากมีการสั่งการให้ปฏิบัติตามหนังสือ ก็ขออย่าปฏิบัติตามเพราะหนังสือออกมาโดยขัดต่อรัฐธรรมนูญและผิดกฎหมาย หากข้าราชการปฏิบัติก็จะมีความผิด ส่วนข้าราชการฝ่ายการเมือง ขอให้หยุดการดำเนินการที่ผิดกฎหมาย
โวยมุ่งใส่ร้าย-ทำลายล้าง”แม้ว”
นายปลอดประสพกล่าว่า พรรคมีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล
1.การออกหนังสือนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ และผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นการให้ข้าราชการ ช่วยเหลือรัฐบาลอยู่รอดทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ของข้าราชการ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวเป็นการบั่นทอน ทำลายล้างการเมืองฝ่ายตรงข้าม คือ พท.ทั้งที่ ตั้งขึ้นมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญ
2.การกระทำดังกล่าวจะเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และขัดรัฐธรรมนูญ รวมทั้งระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ที่ทำให้ข้าราชการไม่มีความเป็นกลาง
3.ชัดเจนว่าต้องการจัดการ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยใช้อำนาจบริหาร เข้าไปเร่งรัดการดำเนินคดี
4.สิ่งที่ในหนังสือระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นภัยหลักคุกคามชาติ พรรคขอประณามวิธีคิดดังกล่าว ซึ่งการพูดอย่างนี้ มุ่งที่จะใส่ร้าย ทำลายล้าง พ.ต.ท.ทักษิณ
5.ถือเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลยอมรับ แนวคิดการสร้างให้ผู้ที่สนับสนุนรัฐบาลเกิดความสะใจ แล้วหลังจากนี้จะมีกระบวนการสร้างความเข้าใจ โดยใช้งบประชาสัมพันธ์ของรัฐบาล ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง
6.หนังสือดังกล่าวเป็นการสร้างภาพทำให้เห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการกลับมาเป็นผู้นำทางการเมือง ทั้งที่การที่บุคคลใดจะเป็นผู้นำ ประชาชนเป็นผู้เลือกตั้งเข้ามา
7.เป็นเรื่องน่าตกใจอย่างยิ่งที่รัฐบาลมีกระบวนการเปลี่ยนแปลงการปกครองในประเทศกัมพูชา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นการก้าวล่วงกัมพูชา และ
8.การที่นายกษิตเสนอมาตรการใช้กำลังทหารเกี่ยวกับข้อพิพาทกัมพูชา นั้น เป็นข้อเสนอที่ย้อนยุค และอันตรายอย่างยิ่ง ซึ่งถ้ารู้ถึงประเทศกัมพูชาก็ยิ่งทำให้ความเสื่อมทรามที่มีอยู่ระหว่างประเทศแย่ลงไปอีก จึงขอให้กระทรวงกลาโหม และฝ่ายความมั่นคง ตรวจสอบเรื่องนี้อีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ปฏิเสธว่าไม่เคยเห็นหนังสือ ซึ่งนายกษิตกำลังทำให้กระทรวงการต่างประเทศ เป็นเหมือนกระทรวงสงครามในยุคสงครามโลก ดังนั้นพรรค เห็นว่า รัฐบาลควรพิจารณาเรื่องนี้ให้ดีและทำให้ถูกต้อง
ไล่ให้ไปดู “พวกมึงคิดอย่างนี้ได้ยังไง”
“เนื่องในวันปีใหม่ที่จะถึงนี้ ผมขอให้เรียกร้องรัฐบาล ทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎหมาย และรัฐธรรมนูญ เพื่อไม่ให้บ้านเมืองลุกเป็นไฟ และให้หยุดการทำลายล้างกันในสังคม หากจะสู้กันก็ให้สู่กันในทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย” นายปลอดประสพกล่าว และว่า “ขอเรียกร้องรัฐบาลอย่าไล่บี้คนให้ข้อมูลนี้กับพท. แต่ขอให้ชี้แจงว่าเป็นเอกสารจริงหรือไม่ มันไม่ใช่ว่าจะถามว่าใครเอามาเปิดเผย แต่ต้องถามว่าพวกมึงคิดอย่างนี้ได้ยังไงมากกว่า” นายปลอดประสพกล่าว
นายจารุพงศ์กล่าวว่า การเอกสารดังกล่าว ต้องย้อนถามว่ากระทรวงการต่างประเทศ มีอำนาจจะออกหรือไม่ เพราะอำนาจกระทรวงการต่างประเทศ คือ การสร้างสัมพันธไมตรีกับนานาชาติ ขณะที่เนื้อหาในเอกสารดังกล่าวไม่น่าจะสอดคล้องกับนโยบายที่รัฐบาล เคยแถลงไว้ ขณะที่กรณีดังกล่าวหากเป็นตน ถ้ามีผู้ใต้บังคับบัญชาทำเรื่องเสนอชงขึ้นมา ก็จะไม่ยอมเซ็นต์และไม่สั่งให้ปฏิบัติ เพราะเป็นเรื่องที่ฝ่าฝืนกฎหมาย รัฐธรรมนูญ โดยเรื่องนี้หากมีการออกหนังสือนั้นโดยไม่มีอำนาจ ไม่ถูกต้องและมีการปฏิบัติที่ขัดกฎหมาย ผู้ที่ออกหนังสือต้องรับผิดชอบ
“นพดล”ว่า”กษิต”ทำเสียเกียรติยศ
นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ได้ติดตามการทำงานของนายกษิต หลังจากได้ทำเอกสารลับส่งไปถึงนายกรัฐมนตรี ทั้งที่มันไม่ใช่งานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่จะใช้กระทรวงการต่างประเทศไปขจัดคู่แข่งทางการเมืองในประเทศ เพราะกระทรวงการต่างประเทศมีหน้าที่ไปสร้างความสัมพันธ์กับต่างประเทศและรักษาผลประโยชน์ของชาติ แต่นายกษิตทำตัวคล้ายเป็นรัฐมนตรีไล่ล่าศัตรูทางการเมืองในต่างประเทศ ไม่ใช่รัฐมนตรีต่างประเทศ เป็นเรื่องที่น่าเศร้าที่ไม่ว่าจะเป็ใครเข้ามาเป็นรัฐมนตรีการต่างประเทศ ไม่ว่าบ้านเมืองจะเป็นประชาธิปไตยหรือเป็นเผด็จการ ไม่มีคนใดทำลายเกียรติยศของกระทรวงการต่างประเทศ และศักดิ์ศรีของข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศเท่ากับนายกษิต อีกทั้งยังได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนข้าราชการในกระทรวงที่เป็นนักการทูตมืออาชีพทราบว่า ไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง การโยกย้ายพรรคพวกตัวเองมาอยู่ในตำแหน่งที่สำคัญ การโยกย้ายข้ามหัวคนอื่น ข้าราชการระส่ำระสายกันมาก หลายคนไม่อยากทำงานในกระทรวง เพราะทนพฤติกรรมไม่ได้ ดังนั้นขอให้นายกษิตยุติพฤติกรรมที่เป็นการทำลายเกียรติยศของกระทรวง และเลิกหมกมุ่นไล่ล่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เช่นนั้นจะสร้างความเสียหายให้แก่

นายนพดลกล่าวต่อว่า ตนรู้ว่ามีข้าราชการที่เป็นลิ่วล้อของนายกษิตไม่กี่คน ที่ร่วมมืออยู่และมีรายชื่ออยู่ ขอให้ราชการส่วนนี้ยุติพฤติกรรมที่สมคบกับนักการเมืองทำลายคนไทยด้วยกัน เอาเวลาไปฟื้นฟูความสัมพันธ์กับต่างประเทศดีกว่า เลิกยุ่งกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะไม่ใช่บทบาทของกระทรวงที่จะไปไล่ล่าคนไทย

ไม่แปลกใจเหตุมาร์คตั้งเป็นรมต.
นายนพดลกล่าวอีกว่า สิ่งที่ไม่สบายใจที่สุดในเอกสารดังกล่าวคือที่จะให้เร่งรัดคดีความต่างๆ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ส่งสัญญาญเป็นการเสื่อมเสียต่อกระบวนการยุติธรรมของไทยเป็นอย่างยิ่ง ทำให้สังคมโลกเข้าใจว่าฝ่ายบริหารของประเทศไทยสามารถเร่งรัดคดีความต่างๆ หรืออาจเข้าไปแทรกแซงคดีต่างๆ ที่มีต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ทำให้เขาคิดเลยว่าในอดีตที่ พ.ต.ท.ทักษิณถูกพิพากษาว่ามีความผิด มีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ ดังนั้นกระทรวงนี้มีหน้าที่สร้างภาพลักษณ์ของชาติจะต้องไม่ทำลายภาพลักษณ์เสียเอง
“ผมรักเพื่อนข้าราชการ รักกระทรวงนี้ จะไม่ยอมให้รัฐมนตรีต่างประเทศที่คงอยู่มีเหตุผลเดียวคือ การไล่ล่าพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่แปลกใจเลยใช่หรือไม่ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ถึงตั้งนายกษิตเป็น ทั้งที่มีข้อครหาและสังคมเคลือบแคลงเป็นอย่างมาก แต่ฝ่าฝืนกระแสมหาชนในการตั้ง เพราะภารกิจยังไม่เสร็จ ยังทำลายพ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้” นายนพดลกล่าว
เมื่อถามว่า หลังนายกรัฐมนตรีรับหนังสือที่นายกษิตส่งไป มีอำนาจที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยใช้หรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า ตามหลักกฎหมายนายกฯมีสิทธิเซ็นไม่เห็นด้วยทุกข้อ เพราะไม่ใช่บทบาทของกระทรวงการต่างประเทศ ที่ไปไล่ล่าคนไทยด้วยกันเอง

Categories: Uncategorized

กษัตริย์กัมพูชาอภัยโทษศิวรักษ์แล้ว-กลับจันทร์นี้

ธันวาคม 11, 2009 Make Love Not War! ใส่ความเห็น

ข่าวสด : เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. เอเอฟพีรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ว่า นายเขียว กันนะฤทธิ์ โฆษกรัฐบาลกัมพูชา แจ้งว่า กษัตริย์นโรดม สีหมุนี พระราชทานอภัยโทษนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศกรชาวไทย ที่ถูกตัดสินจำคุก 7 ปีข้อหาจารกรรมตารางบินพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยจะมีพิธีปล่อยตัวอย่างเป็นทางการภายในวันที่ 14 ธ.ค. นี้ ในช่วงระหว่างนางสิมารักษ์ ณ นครพนม มารดานายศิวรักษ์ และสมาชิกพรรคเพื่อไทยเข้าพบนายกรัฐมนตรีฮุนเซน

ที่พรรคเพื่อไทย นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนยังไม่ยืนยันกับข่าวที่ออกมา ต้องรอฟังคำแถลงจากทางรัฐบาลกัมพูชาอย่างเป็นทางการก่อน เนื่องจากยังอยู่ในขั้นตอนที่พรรคเพื่อไทยประสานงานเพื่อดำเนินการขอพระราชทานอภัยโทษอยู่ ส่วนข่าวที่ออกมาคมต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป ทั้งนี้ยืนยันว่าที่ผ่านมาทั้งพรรคเพื่อไทยและพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย พยายามที่จะช่วยเหลือนายศิวรักษ์โดยคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาและเชื่อว่ากัมพูชาจะเร่งประสานในส่วนของการกราบบังคมทูลฯขอพระราชทานอภัยโทษให้เร็วที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามถึงรายงานข่าวที่ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางไปรับมอบตัวนายศิวรักษ์ ที่ประเทศกัมพูชาในวันจันทร์ที่ 14 ธ.ค.นี้ นายนพดล กล่าวว่า ไม่แน่ใจและยังไม่มีข้อมูลว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางไปกัมพูชาหรือไม่ ล่าสุดทราบว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ออกเดินทางจากประเทศรัสเซียกลับมาที่เมืองดูไบแล้ว

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แสดงความยินดีที่ นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ระบุเป็นเรื่องดี เพราะสิ่งสำคัญคือการที่ นายศิวรักษ์ ได้รับอิสรภาพ หลังจากนี้ก็เป็นเรื่องของข้อเท็จจริงโดยไม่คิดว่าจะมีการนำมาขยายผลทางการเมือง เพราะสิ่งที่ นายศิวรักษ์ ดำเนินการไม่ได้เป็นความลับ และมั่นใจว่าสามารถชี้แจงกับนานาประเทศได้ว่ารัฐบาลไม่ได้เกี่ยวข้องกับการดำเนินการของ นายศิวรักษ์ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีย้ำว่า หาก พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางเข้ากัมพูชา ก็จะยังคงทำหนังสือขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน

ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 10.30 น. ที่กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ ขอความอนุเคราะห์กรณีที่นางสิมารักษ์ ณ นครพนม มารดาของนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรชาวไทย ที่ถูกทางการกัมพูชาควบคุมตัวและถูกพิพากษาให้จำคุก 7 ปี ขอลาราชการเพื่อเดินทางไปติดตามคดีของบุตรชาย ที่ประเทศกัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย.-30 ธ.ค. โดยมีนายบุณย์ธีร์ พานิชประไพ เลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ เป็นผู้รับหนังสือแทน โดยนายพร้อมพงษ์ กล่าวว่า ขณะนี้นางสิมารักษ์ รู้สึกกังวลอย่างมากในเรื่องการสอน และการลาราชการ เพราะกลัวว่าจะมีปัญหาภายหลัง เนื่องจากมีกระแสข่าวมาว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนวินัยนางสิมารักษ์ ดังนั้นเพื่อความชัดเจน นางสิมารักษ์ จึงได้ส่งเอกสารขอความอนุเคราะห์มาทางโทรสาร และขอให้ตนเป็นผู้แทนนำหนังสือมายื่นขอความเมตตาต่อ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุด

“นางสิมารักษ์ เป็นห่วงการขาดการสอนเด็ก รวมทั้งกลัวถูกเล่นงานทางวินัย และก็ห่วงลูกชายด้วย เพราะกระบวนการการขออภัยโทษยังมีปัญหา จึงขอความเมตตาว่า หากรัฐบาลต้องการช่วยนายศิวรักษ์จริงๆ ก็ขอให้ช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องนี้ให้” โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าว

ด้านนายจุรินทร์ กล่าวว่า นางสิมารักษ์ เป็นข้าราชการ ตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษ ประจำวิทยาลัยเทคนิคนครราชสีมา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) ซึ่งนางสิมารักษ์ได้ยื่นขอลากิจกับทางผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคฯ ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย. – 31 ธ.ค. เป็นเวลา 30 วัน ซึ่งผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคฯ ได้อนุมัติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่หากนางสิมารักษ์ต้องการลาเกินกว่าที่ได้ยื่นลากิจไว้แล้ว ก็เป็นอำนาจของเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.) เป็นผู้พิจารณา ซึ่งตนได้กำชับกับเลขาธิการ กอศ.ให้พิจารณาอำนวจความสะดวกให้ตามอำนาจหน้าที่ต่อไป ส่วนกรณีที่โฆษกพรรคเพื่อไทยระบุว่า จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นสอบสวนวินัยนั้น ตนยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องจริง และไม่มีเหตุอะไรที่จะนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการสอบฯ เพราะนางสิมารักษ์ดำเนินการลาตามขั้นตอนไม่ได้ทำอะไรผิด ดังนั้นอยากให้นายพร้อมพงศ์ หยุดสร้างเรื่อง ไม่เป็นความจริง ทำให้ผู้อื่นเสียหาย ควรเลิกพฤติกรรมเช่นนี้ได้แล้ว

ในเวลาต่อมา นายพร้อมพงศ์ เดินทางไปที่กระทรวงการต่างประเทศ ยื่นหนังสือ ขอให้นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายคำรบ ปาลวัฒน์วิไชย เลขานุการเอกอัคราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ แสดงความรับผิดชอบที่ทำให้นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ ถูกศาลกัมพูชาพิพากษาจำคุก โดยมีนายเสรี มุทราธาร นักการทูตชำนาญการกองกลาง เป็นผู้รับหนังสือ โดยโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายคำรบและผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการประเทศ มีส่วนเกี่ยวข้องทำให้นายศิวรักษ์ต้องจำคุก เนื่องจากมีการสอบถามข้อมูลการบินของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีใครออกมารับผิดชอบ โดยอ้างว่าการกระทำการดังกล่าว เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ จึงเรียกร้องให้นายกษิตและนายคำรบ รับผิดชอบด้วยการลาออก แต่หากไม่ออกมารับผิดชอบ จะให้ สส.พรรคเพื่อไทยรวบรวมข้อมูลนำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกษิตต่อไป และขอให้นายคำรบแสดงความรับผิดชอบ โดยการออกมาขอโทษต่อครอบครัวของนายศิวรักษ์ด้วย

นายพร้อมพงศ์ยังกล่าวถึงสาเหตุที่ไม่เดินทางไปยื่นหนังสือที่สถานทูตกัมพูชาด้วยว่า เพราะไม่มีเอกอัครราชทูตที่มีอำนาจดำเนินการประจำอยู่ และพรรคเพื่อไทยยังคงประสานให้ความช่วยเหลือนายศิวรักษ์อย่างต่อเนื่อง และจะเดินทางไปประเทศกัมพูชา เพื่อช่วยเหลือนายศิวรักษ์และครอบครัวให้เร็วที่สุด

“ในหลวง”ทรงมีพระราชดำรัสความสุขพระองค์เกิดจากบ้านเมืองเจริญมั่นคงเป็นปกติสุขให้ทุกฝ่ายใช้ “สติปัญญา”

มติชน :  “ในหลวง”เสด็จฯออกจากศิริราชถึงพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยแล้ว


เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา โดยรถยนต์พระที่นั่งเสด็จฯออกจากโรงพยาบาลศิริราช ไปยังพระบรมมหาราชวัง เข้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทางประตูวิเศษไชยศรี ประตูพิมานไชยศรี

ทั้งนี้ ตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จลงมาจากอาคารที่ประทับ  ณโรงพยาบาลศิริราช ประชาชนจำนวนมากที่มาเฝ้าฯรับเสด็จ ได้เปล่งเสียง”ทรงพระเจริญ”เพื่อถวายพระพรไปตลอดเส้นทางจนกระทั่งถึง พระที่นั่งอัมรินทรวิยนิจฉัย โดยพนะบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงโบกพระหัตถ์ทักทายประชาชน พร้อมกับแย้มพระสรวลอีกด้วย

เวลา 10.30 น. เทียบรถยนต์พระที่นั่งที่พระทวารเทเวศรรักษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เสด็จฯประทับรถไฟฟ้าเข้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และทุกพระองค์ จากนั้นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ทรงยืนเฝ้าฯหน้าแถวพระบรมวงศ์ ใกล้มุมเสาด้านซ้ายพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ขึ้นประทับบนพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ หน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร พร้อมแล้วเจ้าพนักงานรัวกรับและเปิดพระวิสูตร ชาวพนักงานประโคมกระทั่งแตรมโหระทึก ทหารกองเกียรติยศถวายเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี

เมื่อสุดเสียงประโคมแล้ว สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จออกยังหน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร กราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคลแทนพระบรมวงศานุวงศ์ แล้วนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา กราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคล ตามลำดับ

“ในหลวง”ทรงมีพระราชดำรัสขอบพระทัยและขอบคุณพสกนิกร
จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสขอบพระทัยแก่พระบรมวงศานุวงศ์ และขอบคุณข้าราชบริพาล ข้าราชการและพสกนิกรที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ความว่า

ขอขอบพระทัยและขอบคุณท่านทั้งหลายเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งมีไมตรีจิตพรั่งพร้อมกันมาให้พรวันเกิด ด้วยถ้อยคำที่เลือกสรรมาจากใจจริง ซึ่งปราถนาดีมุ่งหมายให้ข้าพเจ้ามีความสุข ความสวัสดีด้วยประการต่างๆ  ขอให้ความสุขความสวัสดีของข้าพเจ้าจะเกิดได้ก็ด้วยบ้านเมืองของเรามีความเจริญมั่นคงเป็นปกติสุข ความเจริญมั่นคงจะสำเร็จผลเป็นจริงได้ ก็ด้วยทุกคนทุกฝ่ายในชาติมุ่งที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนให้เต็มกำลังด้วยสติ รู้ตัว ด้วยปัญญา รู้คิด และด้วยความสุจริตจริงใจ โดยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่าส่วนอื่น จึงขอให้ท่านทั้งหลายในที่นี้ซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่สำคัญในสถาบันหลักของประเทศและชาวไทยทุกคน ทุกหมู่เหล่าทำความเข้าใจในหน้าที่ของตนให้กระจ่างแล้วตั้งจิตตั้งใจให้เที่ยงตรงและหนักแน่น ปฏิบัติหน้าที่ของตนเพื่อให้สำเร็จประโยชน์ส่วนรวมอันไพบูลย์ คือ ชาติ บ้านเมืองอันเป็นถิ่นทำกินของเรามีความเจริญมั่นคงยั่งยืนต่อไป ขออำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนไตรและสิ่งศักดิ์สิทธิ์จงคุ้มครองรักษาท่านให้ปราศจากทุกข์ปราศจากภัย และอำนวยสุขสิริสวัสดิ์ ให้สำเร็จผลแก่ท่านทั่วหน้ากัน

เจ้าพนักงานรัวกรับและปิดพระวิสูตร ชาวพนักงานประโคมกระทั่งแตรมโหระทึก  ทหารกองเกียรติยศถวายเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี หลังจากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯลงจากพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ ประทับรถไฟฟ้า ออกจากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย แล้วเสด็จฯประทับรถยนต์พระที่นั่งที่พระทวารเทเวศรรักษา พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าอยู่เธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชสุดา และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา เสด็จพระราชดำเนินกลับ

พระราชทานน้ำหลวงอาบศพสมัคร สุนทรเวช 17.00 น.

พฤศจิกายน 24, 2009 Make Love Not War! ใส่ความเห็น

ไทยรัฐ: เมื่อวันที่ 24 พ.ย. หลังจากได้รับแจ้งว่านายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งตับอยู่ที่ รพ.บำรุงราษฎร์ ได้ถึงแก่อนิจกรรมในช่วงเช้า ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ รพ.บำรุงราษฎร์ ถนนสุขุมวิท พบว่าที่หน้าอาคารผู้ป่วยใน มีบรรดาสื่อมวลชนรอรายงานข่าวการเสียชีวิตของนายสมัครเป็นจำนวนมาก โดยนายเคารพ วงศ์ประเสริฐ ผู้จัดการอาวุโสแผนกสื่อสารและประชาสัมพันธ์ รพ.บำรุงราษฎร์ เปิดเผยว่า นายสมัครเสียชีวิตเมื่อเวลา 08.48 น. ที่ห้องไอซียู 5 และทางญาติมีความประสงค์จะนำศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ทางญาติกำลังดำเนินการอยู่ และจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า จากการสอบถามนายชัยสิทธิ์ ภูวภิรมย์ขวัญ อดีตเลขานุการผู้ว่าฯ กทม. ช่วงที่นายสมัครดำรงตำแหน่งผู้ว่า ฯ กทม. เปิดเผยว่า ช่วงที่นายสมัครเสียชีวิต มีคุณหญิงสุรัตน์ ภรรยา และลูกสาวฝาแฝด 2 คน ลูกเขย และหลาน เฝ้าอาการอย่างใกล้ชิด ซึ่งนอกจากตนแล้วยังมี นายธีรพล นพรัมภา อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรีสมัยนายสมัครดำรงค์ตำแหน่งนายกฯ เข้ารอดูอาการและกราบศพร่วมกับเครือญาติประมาณ 30 คน ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างเศร้าสลด โดยศพของนายสมัครจะตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม มีพิธีรดน้ำศพเวลา 15.00 น. วันที่ 25 พ.ย. และมีพิธีน้ำหลวงพระราชทานอาบศพในเวลา 17.00 น.

ต่อมาเวลา 10.10 น. พล.ต.ต. วิมล เปาอินทร์ รักษาการ รอง ผบช.น. ได้เดินทางเข้าเคารพศพ และเปิดเผยว่า ขณะเป็น ผบก.น.4 เคยให้การดูแลบ้านของนายสมัครเพราะอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ ทราบข่าวว่าท่านเป็นมะเร็งรักษายาก เคยมาเยี่ยมหลายครั้ง ท่านก็พูดคุยได้ดี มีกำลังใจดี แต่ระยะหลังภูมิคุ้มกันเริ่มตกทำให้ต้านทานไม่ไหวจึงจากไปอย่างสงบ ถือว่าเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญ เพราะเป็นนักการเมืองที่ยิ่งใหญ่ จะมีการจัดรถนำขบวนศพไปบำเพ็ญกุศลให้อย่างสมเกียรติ

เวลา 12.00 น. พญ. จามรี เชื้อเพชระโสภณ ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ รพ.บำรุงราษฎร์ ได้เปิดแถลงข่าวถึงการเสียชีวิต ว่า ทางครอบครัวของนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งให้ทางโรงพยาบาล เปิดแถลงข่าวการถึงแก่อสัญกรรม ว่า นายสมัครได้เสียชีวิตอย่างสงบในช่วงเช้า เวลา 08.48 น. หลังจากที่เข้ารับการรักษาโรคมะเร็งตับ ตั้งแต่วันที่ 5 ก.ย. ส่วนในเรื่องพิธีศพจะเคลื่อนศพออกวันไหนนั้นญาติจะเป็นคนดำเนินการทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวถามถึง ความรุนแรงของโรคก่อนเสียชีวิต พญ.จามรี ตอบว่า คนไข้เป็นมะเร็งตับระยะสุดท้าย ตับไม่ทำงานร่างกายจึงรับไม่ไหว มีอาการค่อยๆ ไม่รู้สึกตัวจนเสียชีวิต ก่อนหน้านี้รู้สึกตัวดีสามารถพูดคุยกับครอบครัวได้ แต่ระยะหลังอาการทรุดจึงให้การรักษาด้วยการประคับประคองอาการเท่านั้น

Categories: Uncategorized ป้ายกำกับ:

ศาสดาโกเต๊กซ์ ‘สนธิ ลิ้มทองกุล’ คุยฟุ้งเบื้องหลังปฏิวัติ 19 กันยาฯ

พฤศจิกายน 13, 2009 Make Love Not War! ใส่ความเห็น

 

 

แม้วทีวี-ข่าวมือถือ ส่งถึงแฟน ประเดิมพรุ่งนี้

ไทยรัฐ : ทีวีทักษิณ ได้ฤกษ์ประเดิมออกอากาศ พร้อมข่าว sms ส่งตรงถึงแฟน ๆ พรุ่งนี้ นพดล เย้ย รัฐบาลอย่าตื่น แค่หวังสื่อสารผู้สนับสนุน ไม่ได้มุ่งหวังโค่นล้ม …

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แถลงถึงการเปิดทีวี 100 ช่องของพ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ในวันที่ 1 พ.ย. เวลา 12.00 น. ทีวี 100 ช่องจะเปิดตัวเป็นครั้งแรก ซึ่งประชาชนสามารถติดตามได้จากเว็บไซต์ 100 channelstv.com โดยช่วงแรกจะทดลองออกอากาศ 2 ช่องแรก คือ O channel คือโทรทัศน์ช่องโอท็อป เพื่อเปิดโอกาสให้มีการขายสินค้า และเผยแพร่ไปทั่วโลก และ Clever Channel ซึ่งเป็นช่องโทรทัศน์เพื่อการศึกษา โดยจะมีแผนการเรียนการสอนของโรงเรียนดัง อย่างเตรียมอุดมศึกษา มงฟอร์ต และโรงเรียนชั้นนำอีกหลายแห่ง ซึ่งเนื้อหาเหล่านี้ได้รับการอนุเคราะห์จากมูลนิธิไทยคม

ทั้งนี้หลังออกอากาศไประยะหนึ่งจะพิจารณาดูเรื่องจานรับสัญญาณดาวเทียม เพราะต้องยอมรับว่าทั่วโลกที่จะเข้าถึงอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเป็นไปได้ยาก นายนพดล กล่าวอีกว่า สำหรับช่องทางที่จะติดต่อสื่อสารระหว่างพ.ต.ท.ทักษิณ กับประชาชน ขณะนี้มี 6 ช่องทาง คือ 1.ทางเว็บไซต์ทักษิณไลฟ์ดอทคอม (www.thaksinlives.com)ซึ่งเป็นข่าวสารทั่วไปของพ.ต.ท.ทักษิณ 2. ทางเว็บไซต์ทักษิณไลฟ์ดอทคอม/เรดิโอ (www.thaksinlives.com/radio) ซึ่งเป็นการจัดรายการวิทยุทุกวันอังคารเวลา 20.30 น. – 21.30 น. 3.ทวิตเตอร์ ซึ่งมีอยู่ 2 ช่องทาง คือ thaksinlives ซึ่งเป็นข่าวสารทั่วไป และเปิดช่องทางอีกอย่างคือ thaksinbiz เพื่อเปิดโอกาสให้นักธุรกิจได้สอบถามปัญหาและขอคำแนะนำต่างๆ 4.ช่องทางทางเฟซบุ๊ค 5.โทรทัศน์ 100 ช่อง และ 6.เอสเอ็มเอส ซึ่งประชาชนสามารถส่งขอรับข้อความได้ โดยเสียค่าบริการในการส่งครั้งแรก 3 บาท จากนั้นจะรับข้อมูลจากพ.ต.ท.ทักษิณฟรีตลอดจนกว่าจะเลิกใช้บริการ

“อยากฝากบอกรัฐบาลและนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ ว่าไม่ต้องตระหนกอะไร เพราะการดำเนินการทุกอย่างไม่ได้หวังผลทางการเมือง หรือล้มรัฐบาลแต่เป็นการเพิ่มช่องทางการสื่อสารระหว่างพ.ต.ท.ทักษิณ กับประชาชนให้มากขึ้นเท่านั้น”นายนพดล กล่าว

ส่วนจะเดินทางไปร่วมงานแต่งงาน น.ส.ณหทัย ทิวไผ่งาม อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า ขอแสดงความยินดีกับครอบครัวของน.ส.ณหทัยด้วย จากที่ตนได้รู้จักมา น.ส.ณหทัย เป็นคนดี เป็นผู้หญิงที่ดี สมควรที่จะมีความสุข เท่าที่ทราบ ได้มีการ์ดเชิญส่งมาถึงตนด้วย แต่ตนคงไม่ไปร่วมงานเพราะติดภารกิจ ส่วนเรื่องของขวัญนั้น ตนคิดว่าเขามีพร้อมอยู่แล้ว ดังนั้นจะขอส่งใจที่หวังให้มีความสุขไป และอาจจะเขียนการ์ดให้สักใบ

ด้าน นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงการจัดพิมพ์นโยบายครบรอบ 1 ปีของรัฐบาลกว่า 2 แสนเล่มเพื่อแจกจ่ายประชาชน ว่า ตนไม่แน่ใจว่าผลงานที่จะจัดพิมพ์จะมีความหนาถึง 2 หน้ากระดาษหรือไม่ แต่หากไม่พอขอแนะนำให้เอาผลงานที่ถูกกล่าวหาว่ามีการทุจริต หรือผลงานยอดแย่ในผลงานต่างๆ อาทิ ปลากระป๋องเน่า โครงการชุมชนพอเพียง โครงการเช็คช่วยชาติ โครงการจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ฯลฯ ก็น่าจะเพิ่มความหนาให้มากขึ้นได้บ้าง นายจิรายุ กล่าวต่อว่า ในส่วนของพรรคเพื่อไทย กำลังรวบรวมข้อมูลผลงานการทุจริตคอร์รัปชั่นและความไม่ชอบมาพากลในโครงการ ต่างๆของรัฐบาล รวมทั้งผลงานที่เด่นชัดของรัฐบาลคือการพยายามตามจับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และความพยายามถอดยศมากกว่าการดูแลปัญหาปากท้องของประชาชน ซึ่งตนเชื่อว่าเมื่อเปรียบเทียบกันเล่มต่อเล่ม ระหว่างผลงาน 1 ปี กับผลงานยอดแย่ของรัฐบาลที่รัฐบาลกำลังจัดทำ คาดว่าคงมีความหนาและน่าอ่านกว่าผลงานรัฐบาลหลายเท่า

ส่วนเรื่องที่รัฐบาลพยายามกล่าวหาพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ว่าชักศึกเข้าบ้านนั้น จริงๆแล้วรัฐบาลต้องไปถามนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ เพราะเป็นคนชักศึกเข้าบ้าน ด้วยการขึ้นเวทีพันธมิตรฯ โจมตีผู้นำประเทศอาเซียนว่าเป็นกุ๊ย สิ่งที่พล.อ.ชวลิต ต้องการคืออยากไปแก้ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพราะประชาคมอาเซียนนั้นมีประเทศไทยเป็นผู้ริเริ่ม จึงถือเป็นการช่วยชาติคู่ขนานกันไป เพราะรัฐบาลไม่ทำอะไร แต่ไปวุ่นวายกับการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยไม่ได้ดูแลประชาชน ดังนั้นขอให้ในช่วงลอยกระทง ขอเรียกร้องให้นายกฯ นายกษิต และนายเทพไท เสนพงษ์ ไปลอยกระทงเพื่อปลดปล่อยสิ่งที่ไม่ดีที่ประเทศกัมพูชา แต่ถ้าไม่ว่างก็ขอให้ลอยกระทงที่ประเทศไทยเพื่อให้ได้สติและจิตใจที่สงบกลับ คืนมา และให้เลิกดีแต่พูด เพราะประชาชนเบื่อจนอยากอาเจียน จึงได้ฝากกระโถนเอามาให้รัฐบาล

ส่วนที่รัฐบาลตั้ง กปช.ขึ้นมาเพื่อตอบโต้ฝ่ายค้าน ว่า ถือเป็นเรื่องตลก เพราะรัฐบาลมีสื่อในมือหลากหลาย ขณะที่ฝ่ายค้านเป็นเพียงกลุ่มคนตัวเล็กๆ อยู่มุมห้อง จะพูดหรือตะโกนอย่างไรก็ไม่ดัง ตนไม่เข้ใจว่าเหตุใดไม่ใช้สื่อที่อยู่ในมือรัฐบาลทั่วประเทศ แทนที่จะมาเสียงบประมาณกับการตั้งกปช.ขึ้นมา และรู้สึกแปลกใจว่าสื่อที่มีกับงบประมาณที่ใช้ออกไปขณะนี้ไม่เพียงพอหรือ ถึงต้องตั้งกปช.ขึ้นมาซ้ำซ้อนกับกรมประชาสัมพันธ์ ดังนั้นจึงถือเป็นการแทรกแซงสื่อมากขึ้นกว่าเดิม เป็นการข่มขืนกระทำชำเราสื่อเสียด้วยซ้ำ

ด้าน พ.ต.ท.ทักษิณ​ ชินวัตร ทวิตเตอร์ เชิญชวนบรรดาผู้ให้การสนับสนุน รับข่าวสารผ่านระบบ sms ที่จะมีการประเดิมส่งครั้งแรกในวันพรุ่งนี้ โดยเปิดเผยว่า “พรุ่งนี้เราจะเริ่มคุยกันผ่าน sms ครับ ผมยังคิดว่าจะมีรายการสนุกๆเช่น มีคนมาเยี่ยมผม ผมก็ให้นำของไปฝากชาว sms บางคนหรือไม่ก็มาหาที่นี่” รวมทั้งเปิดเผยว่า ในวันนี้ มีกลุ่มบุคคลจากประเทศไทย มาเยี่ยมอีกด้วย แต่มิได้เปิดเผยว่าเป็นผู้ใด

โดยกล่าวว่า “ต้องขอตัวไปออกรอบ กอล์ฟกับพรรคพวกที่มาเยี่ยมจากเมืองไทยก่อนครับ อย่าลืมเป็นสมาชิกรับข่าวสารจากผมผ่าน sms ฟรีเพียงกด ts ส่งมาที่ 426425 เริ่ม 1 พ.ย.”

นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังได้ตอบคำถามถึงบุคคลที่ทวิตเตอร์ เข้ามาสอบถามถึงความเห็นของพรรคการเมืองใหม่ ว่า ” ดีครับจะได้เลิก เป็นอีแอบ จะได้เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ เพียงแต่รอวันที่ได้กระบวนการตรวจสอบที่เป็นธรรมไม่ใช่ทำงานตามธงไม่มี จริยธรรม” และ “ความจริงจะปรากฏขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้จะมีความพยายามทำเรื่องเท็จให้ดูเหมือนเป็นเรื่องจริง หรือปิดข่ายบ้างบิดข่าวบ้าง โลกเปลี่ยนไปแล้ว”

Categories: ภูมิใจไทย ป้ายกำกับ:

ทักษิณทวิตเตอร์ถวายพระพรในหลวง-แดงปูดข้อมูลสยบมาร์ค

ไทยรัฐ : เสื้อแดงจัดอภิปรายไม่ไว้วางใจนอกสภา เน้นประเด็นทุจริตหลายโครงการ “ณัฐวุฒิ” เตรียมเปิดข้อมูล การเข้าเป็นสมาชิก ปชป.ของ “อภิสิทธิ์” ที่อาจส่งผลต่อการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขณะที่”ทักษิณ”ทวิตเตอร์ถวายพระพรในหลวง…..

วันนี้(24 ต.ค.)นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนเสื้อแดง ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนอกรัฐสภา ว่า สมาชิกจากพรรคเพื่อไทย อดีตสมาชิกพรรคพลังประชาชนและพรรคไทยรักไทยรวมทั้งแกนนำจะรวบรวมข้อมูลการทุ จริตคอร์รัปชั่นของรัฐบาลมาอภิปรายในหลายประเด็น อาทิ การทุจริตโครงการชุมชนพอเพียง การทุจริตงบประมาณองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีหลักฐานการใช้เงินไปแล้ว ความไม่ชอบมาพากลในการแจกเมล็ดพันธุ์ข้าวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ความไม่ชอบมาพากลในการแจกเช็คช่วยชาติ ที่เชื่อได้ว่ารัฐบาลเอื้อประโยชน์ตอบแทนบุญคุณต่อกลุ่มทุนที่คอยเกื้อหนุน พรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงความไม่ชอบมาพากลในบัญชีทรัพย์สินของรัฐมนตรีหลายคน และความไม่ชอบธรรมในการดำเนินคดีอุ้มฆ่านักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย โดยตนจะเป็นผู้อภิปรายสรุปทั้งหมด

“ผมจะเปิดเผยข้อมูลความไม่ถูกต้อง ในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะข้อมูลที่เชื่อได้ว่าการสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ของนาย อภิสิทธิ์มีความคลาดเคลื่อน ไม่สามารถยืนยันได้ว่านายอภิสิทธิ์สมัครสมาชิกพรรคเมื่อใด ซึ่งอาจจะมีผลต่อการดำรงตำแหน่ง ส.ส.สมัยแรกของนายอภิสิทธิ์ ผมมีหลักฐานเป็นลายมือที่นายอภิสิทธิ์เขียนชี้แจงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งขัดต่อคำอภิปรายที่นายอภิสิทธิ์เคยอภิปรายในสภาสมัยที่เป็นฝ่ายค้าน” นายณัฐวุฒิ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อมูลที่มีอยู่จะนำไปสู่การกดดันให้ รัฐบาลยุบสภาได้หรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ฝ่ายค้านและคนเสื้อแดงมีข้อมูลจำนวนมากอยู่ในมือ แต่เนื่องจากสมัยประชุมสภานี้ไม่สามารถอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ จึงนำข้อมูลมาอภิปรายนอกสภา ทั้งนี้ หากรอให้มีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้คงต้องรอสมัยประชุมหน้าซึ่งคนเสื้อ แดงมั่นใจว่ารัฐบาลไม่น่าจะบริหารราชการแผ่นดินได้ถึงต้นปีหน้า โดยหลังการอภิปรายคนเสื้อแดงจะเริ่มรวบรวมรายชื่อ เพื่อดำเนินกระบวนการถอดถอนนายกรัฐมนตรีในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และ มีการบริหารราชการแผ่นดินที่มิชอบด้วยกฎหมาย เพราะมีการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยจากข้อมูลคนเสื้อแดงมั่นใจมีน้ำหนักเพียงพอที่จะถอดถอนรัฐบาลได้

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันเดียวกันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยทางเว็บไซต์ทวิตเตอร์ส่วนตัว @thaksinlive ว่า เมื่อวานนี้ (23 ต.ค.) ตัวเขาและคนไทยทั้งประเทศมีความสุข ท่ีได้เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ประทับรถเข็นลงมาจากห้องที่ประทับโรงพยาบาลศิริราช และถวายพระพรขอจงทรงหายจากพระอาการประชวร มีพระพลานามัยแข็งแรง

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวด้วยว่า ทราบข่าวไม่กรองมาว่า ช่วงที่เกิดน้ำท่วม กทม. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงนำแผนท่ีมาทอดพระเนตรเพื่อแก้ปัญหาโดยเร่งระบายน้ำ จนแพทย์ต้องนำแผนท่ีออกไปเพราะต้องการให้ทรงพักผ่อน ซึ่งพระองค์ทรงห่วงพสกนิกรของพระองค์ทั้งๆ ท่ีทรงประชวร โดยเฉพาะเรื่องน้ำ ซึ่งทรงมีพระปรีชาท่ีสุด จากการท่ีเคยถวายงานมานาน จึงเชื่อว่าข่าวดังกล่าวน่าจะเป็นข่าวจริง ดังนั้น จึงขอฝากผู้ท่ีเกี่ยวข้องและยังอยู่ในการเมืองปัจจุบัน ได้ช่วยกันรับสิ่งท่ีทรงห่วงใยมาใส่เกล้าปฏิบัติ ไม่เช่นนั้นจะทรงกังวล เพราะทรงห่วงและรักพสกนิกร.

Categories: Uncategorized

‘PAD’s Enemies List’ Unique IP ทะลุ 200,000 !

ตุลาคม 22, 2009 Make Love Not War! 1 comment

ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงจนได้ครับ

วันที่ยอด Unique IP  ของบล็อกข่าว ‘PAD’s Enemies List’ ทะลุหลัก 200,000 ไปเรียบร้อยแล้ว ณ ช่วงเช้าของวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ.2552

ผม “Make Love Not War” ในฐานะผู้จัดทำบล็อกเล็กๆ แห่งนี้เพียงลำพัง คนเดียวโดดๆ ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะเวียนเข้ามาอ่านข่าวสาร เข้ามาทักทาย ทิ้งคอมเมนต์ไว้เป็นจำนวนมาก จนนับวันบล็อก ‘PAD’s Enemies List’ ยิ่งมีฐานผู้อ่านขยายใหญ่โตขึ้นตามลำดับจนถึงหลักแสน

และนับเป็น “บล็อกข่าวการเมือง” บล็อกเดียวในชุมชนเวิร์ดเพรส ประเทศไทย ที่เคยติดท็อปไฟว์บล็อกยอดนิยม และยังคงสถานะเป็นบล็อกยอดนิยม 50 อันดับแรกของเวิร์ดเพรส ประเทศไทย!

สำหรับแผนงานในอนาคต ผมมีความคิดจะพัฒนารูปแบบของบล็อก ยกระดับขึ้นเป็น “หนังสือพิมพ์ออนไลน์” อย่างเต็มรูปแบบ โดยสิ่งใหม่ๆ ที่จะเพิ่มเติมเข้ามาในเบื้องต้น คือ

1. ข่าวทางลึกจากแหล่งข่าว

2. บทความวิเคราะห์สถานการณ์

3. ปฏิทินข่าว และข่าวสังคมการเมืองประจำวัน ซึ่งผู้อ่านสามารถฝากหมายข่าว-หมายกำหนดการต่างๆ เข้ามาได้ผ่านอีเมล์ padenemieslist@hotmail.com

อย่างไรก็ตาม แน่นอนว่ารูปแบบ-หน้าตาของบล็อกนั้น คงมิได้สวยงามทันสมัยเหมือนเว็บ หรือบล็อกที่มีแหล่งสนับสนุนทางการเงิน เพราะบล็อกแห่งนี้ทำด้วย “ใจ” ล้วนๆ

ทำจาก “หัวใจ” ที่รับไม่ได้กับสถานการณ์ที่บ้านเมืองเราวันนี้ตกอยู่ในสภาพ 2 มาตรฐาน กล่าวคือ ไม่ว่ากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะทำอะไร มักได้รับ “ไฟเขียว” จากผู้มีอำนาจในบ้านเมืองจนเลยเถิด

โดยเฉพาะตัวนาย สนธิ ลิ้มทองกุล หัวหน้ากลุ่มพันธมิตรฯ และผู้นำพรรคการเมืองใหม่ ซึ่งแสดงพฤติกรรมย่ำยีกระบวนการยุติธรรมของไทยพินาศย่อยยับ มุ่งหว่านเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความเกลียดชังไปทั่วประเทศ และเหิมเกริมถึงขั้นบังอาจดึงฟ้าต่ำ-แอบอ้างสถาบัน ทั้งยังใช้ความเก่งกาจด้านวาทศิลป์ “ล่อลวง” ประชาชนผู้รักประชาธิปไตย ให้กลายสภาพเป็น “ฝูงชนไร้สติ” บ้าคลั่งสวมเสื้อเหลืองทำตามคำบัญชาของนายสนธิโดยไม่รู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดี  ส่งผลให้นายสนธิ มีฐานมวลชนพอจะใช้เป็นเครื่องมือในการข่มขู่-แบล็กเมล์ เพื่อทำทุกวิถีทางให้ตนเองกับพวกพ้องยึดกุมอำนาจรัฐให้จงได้โดยไม่เลือกวิธีการ

การพัฒนาบล็อกจากนี้จะค่อยเป็นค่อยไปตามความพร้อมของตัวผมเอง และขอขอบคุณอย่างสูงอีกครั้งสำหรับแรงสนับสนุนที่มีให้มาโดยตลอด

ด้วยจิตคารวะ

Make Love Not War

10 เว็บข่าวตั้งชมรมออนไลน์

กันยายน 24, 2009 Make Love Not War! ใส่ความเห็น

ไทยรัฐ :  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (24 ก.ย.) ที่ อาคารสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถ.สามเสน ผู้บริหารเว็บไซต์ผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ประกอบด้วยเว็บไซต์ในเครือเอเอสทีวีผู้จัดการ ไทยรัฐออนไลน์ เดลินิวส์ออนไลน์ เครือมติชน เครือโพสต์พับลิชชิ่ง เครือเนชั่น เครือสยามสปอร์ต ไอเอ็นเอ็นออนไลน์ ฐานเศรษฐกิจออนไลน์ ดาราเดลี่ออนไลน์ แนวหน้าออนไลน์ สยามรัฐออนไลน์ และไทยโพสต์ออนไลน์ ได้ร่วมกันลงนามในคำประกาศเจตนารมณ์จัดตั้ง ชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ของประชาชน ตามระบอบประชาธิปไตย โดยปราศจากการปิดกั้นจากอำนาจใดๆ ให้ประชาชนผู้รับข้อมูลข่าวสารออนไลน์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ตระหนักในคุณค่าของงานสร้างสรรค์ ที่ผ่านกระบวนการทางวารสารศาสตร์ และสนใจติดตามข้อมูลข่าวสารดังกล่าว จากเว็บไซต์ของผู้ผลิตข่าวสารแต่ละรายโดยตรง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในคำประกาศเจตนารมณ์จัดตั้งชมรมฯ ระบุว่า ในกรณีที่มีการนำเนื้อหาจากเว็บไซต์ของผู้ผลิตข่าวออนไลน์ไปเผยแพร่ในช่อง ทางเว็บไซต์อื่นที่มีลักษณะเป็นเชิงพาณิชย์หรือเจ้าของเว็บไซต์ได้รับ ประโยชน์ทางธุรกิจ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ผู้ประการเว็บไซต์ที่นำข่าวสารนั้น ไปผลิตซ้ำต้องเคารพในความมีลิขสิทธิ์และงานสร้างสรรค์ที่ผลิตโดยเว็บไซต์ สมาชิก นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้มีการทำข้อตกลงร่วมกันระหว่างสมาชิกกับผู้ประกอบการเว็บไซต์ ที่ต้องการนำข่าวสารจากเว็บไซต์สมาชิกไปเผยแพร่ต่อในเชิงพาณิชย์ โดยยึดหลักความเคารพและคำนึงถึงลิขสิทธิ์ในการสร้างสรรค์งานเขียนและ จริยธรรมทางธุรกิจ และประโยชน์ที่ผู้ผลิตข่าวออนไลน์จะได้รับด้วย

นาย อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทเนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะตัวแทนผู้บริหารเว็บไซต์ข่าวออนไลน์ กล่าวว่า จากการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันในวันนี้ ขั้นตอนต่อไป ทางชมรมฯ จะจัดการประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งประธานและคณะกรรมการบริหารชมรมฯ โดยเร็ว และเมื่อมีคณะกรรมการบริหารชมรมแล้ว ก็จะมีการวางแผนการดำเนินการตลอดจนมาตรการต่างๆ ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ในการจัดตั้งชมรม โดยเฉพาะการส่งเสริมให้มีการนำเนื้อข่าวในเว็บไซต์ของผู้ผลิตข่าวออนไลน์ไป ใช้อย่างเหมาะสมและเคารพในความคิดสร้างสรรค์ของเจ้าของผู้ผลิตข่าวสาร ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ

กก.ผอ.บริษัทเนชั่น บรอดแคสติ้งฯ กล่าวอีกว่า ในเบื้องต้น ทางชมรมขอให้เว็บไซต์ที่นำเอาเนื้อหาข่าว ภาพข่าวและเนื้อหาอื่นๆ ที่ผลิตขึ้นโดยเว็บไซต์ผู้ผลิตข่าวออนไลน์ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตและผลิต ซ้ำเพื่อเผยแพร่อย่างไม่เหมาะสม ดำเนินการให้ถูกต้องเหมาะสมด้วยการนำหัวข้อข่าวที่ถูกส่งผ่านระบบ RSS Feed ไปติดตั้ง เพื่อให้ผู้อ่านสามารถลิ้งค์กลับมาอ่านข่าว จากเว็บไซต์ของผลิตข่าวได้โดยตรง จากนั้น ทางชมรมฯ ก็จะวางมาตรฐานกลางเพื่อให้สมาชิกไปทำข้อตกลง เรื่องการนำเนื้อหาข่าวไปใช้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับเว็บไซต์เหล่านั้นต่อไป

นาย อดิศักดิ์กล่าวทั้งนี้ทางชมรมฯ ไม่มีเจตนาที่จะปิดกั้นการเผยแพร่ หรือทำซ้ำข้อมูลข่าวสารของเว็บไซต์ที่นำข้อมูลข่าวไปเผยแพร่เป็นวิทยาทาน หรือเพื่อการศึกษา เนื่องจากเว็บไซต์ที่ให้ความรู้ และเว็บไซต์สถาบันการศึกษาต่างๆ เชื่อว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะเว็บไซต์ด้านวิชาการส่วนมาก จะอ้างที่มาของข้อมูลรวมถึงใส่ลิงค์ที่มาอยู่แล้ว แต่ทางชมรมฯ ต้องการให้เว็บไซต์ที่ประกอบกิจการเชิงพาณิชย์และนำเนื้อหาข่าวไปสร้าง มูลค่าเพิ่มให้กับเว็บไซต์ของตัวเอง ดำเนินการให้ถูกต้อง เหมาะสมและมีความเป็นมืออาชีพ

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับผู้ผลิตข่าวออนไลน์ที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกชมรมในเบื้องต้น มีดังต่อไปนี้ บริษัท ไทยเดย์ ดอทคอม จำกัด www.manager.co.th บริษัท เทรนด์ วีจี 3 จำกัด www.thairath.co.th หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ www.dailynews.co.th บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) www.matichon.co.th, www.khaosod.co.th และ www.prachachat.net บริษัทเนชั่นบรอดคาสติ้งคอร์ปอเรชั่นจำกัด(มหาชน) www.nationmultimedia.com, www.komchadluek.com และwww.bangkokbiznews.com บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) www.siamsport.co.th, www.siamdara.com, www.siamsporttv.com และ www.sbt.co.th หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ www.thannews.th.com สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น www.innnews.co.th หนังสือพิมพ์สยามรัฐ www.siamrath.co.th หนังสือพิมพ์ดาราเดลี่ www.daradaily.com หนังสือพิมพ์แนวหน้า www.naewna.com และ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ www.thaipost.net

บทบรรณาธิการวารสารฟ้าเดียวกัน ฉบับ “ขวาไทย”

กันยายน 24, 2009 Make Love Not War! ใส่ความเห็น

552000006301401

คล้ายกับว่าการเคลื่อนไหวของขบวนการ “ภาคประชาชน” ในนาม “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” และแนวร่วม จะขับเคลื่อนผลักดันสังคมการเมืองไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น แต่พลันเมื่อพิจารณาทั้งเนื้อหาและท่วงทำนองจนครบถ้วนแล้ว ก็ประจักษ์ชัดว่าพวกเขากำลังบ่อนเซาะทำลายประชาธิปไตยอย่างถึงราก

คล้ายกับว่าการเคลื่อนไหวโจมตีนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ในกรณีบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ล้อมปราบ 6 ตุลาคม 2519 จะนำไปสู่การชำระสะสางประวัติศาสตร์บาดแผลที่เรื้อรังมากว่า 3 ทศวรรษ แต่พลันเมื่อพลพรรคพันธมิตรฯ พากันปิดตาอีกข้าง บอดใบ้ต่อเครือข่ายฆาตกร 6 ตุลาฯ ที่ร่วมสังฆกรรมกันอยู่ ซ้ำยังฉวยใช้อุดมการณ์ชาติ-ศาสน์-กษัตริย์มาทำลายล้างศัตรูทางการเมืองของตนอย่างบ้าคลั่ง บรรยากาศแบบขวาพิฆาตซ้ายก็พัดหวนคืนมา คลอเคลียไปกับเสียงเพลงพระราชนิพนธ์ “เราสู้”

คล้ายกับว่าข้อเสนอ “การเมืองใหม่” ของกลุ่มพันธมิตรฯ จะชี้ทิศนำทางให้การเมืองไทยข้ามพ้นข้อจำกัดของประชาธิปไตยตัวแทนแบบเสรีนิยม แต่พลันที่พวกเขาเปลือยความคิดออกมา “การเมืองขวาใหม่” ก็ปรากฏให้เห็นแจ่มชัดอยู่เบื้องหน้า

ด้านหนึ่ง การเมืองขวาไทย ณ พ.ศ. 2551 ช่างทาบทับกับการเมืองของฝ่ายขวา ณ พ.ศ. 2519 ได้อย่างพอเหมาะพอดี ทั้งในแง่อุดมการณ์ชี้นำและอาวุธทางการเมือง ณ วันนี้เราจึงยังพบข้อกล่าวหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเกลื่อนกล่นไปทั่ว เราจึงยังได้ยินเพลงปลุกใจประเภท “หนักแผ่นดิน” อยู่เนืองๆ เราจึงยังได้เห็นกระบวนการปลุกเร้ากระแสราชาชาตินิยมอย่างรุนแรง เราจึงยังได้เป็นประจักษ์พยานแก่การป่าวร้องให้ทหารหาญก้าวออกมาแทรกแซงการเมืองเพื่อเป็นราชพลี

ทว่าอีกด้านหนึ่ง ในความเก่าย่อมมีความใหม่ มีพลวัต ไม่หยุดนิ่งตายตัว ซ้ำยังพลิกกลับหัวกลับหางเสียใหม่ในบางลักษณะ

พิจารณาเฉพาะปรากฏการณ์พื้นผิวที่ปรากฏต่อสาธารณชน จาก 2519 ถึง 2551 พลพรรคขวาไทยได้เคลื่อนย้ายศัตรูจากผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ไปเป็นขบวนการสาธารณรัฐ พวกเขามิได้สดุดีระบบทุนนิยมเป็นพระเจ้าแข่งกับเศรษฐกิจสังคมนิยมอีกต่อไปแล้ว พวกเขาผลิตวาทกรรม ทุนนิยมสามานย์ขึ้นมาพร้อมกับเชิดชูเศรษฐกิจพอเพียงให้สูงเด่น ลักษณะหน้าตาของผู้นำขบวนการฝ่ายขวาได้เปลี่ยนจากขุนศึกไปเป็นนักสื่อสารมวลชนและนักเคลื่อนไหวภาคประชาชนเสียแล้ว

พลพรรคขวาใหม่ยังคงแลเห็นประชาชนส่วนใหญ่ว่าโง่เง่า ไม่พร้อมที่จะเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย ถูกนักการเมืองซื้อด้วยเงินบ้างหรือผลประโยชน์เฉพาะหน้าในรูปอื่นบ้าง แม้พวกเขาไม่วางใจในประชาชน แต่ขณะเดียวกันก็กลับเรียกร้องประชาธิปไตยทางตรงหรือกระบวนการมีส่วนร่วมทางการเมือง บ่อยครั้งก็แอบแฝงทำลายหลักการประชาธิปไตยด้วยโวหารทางการเมืองที่ก้าวหน้าชวนหลงใหล

ถึงที่สุด “การเมืองใหม่” ของขวาไทย ณ พ.ศ. 2551 นั้น ย่อมไม่ใช่เค้าโครงทางการเมืองที่หันกลับไปหาของเก่า หากเป็นการเมืองประดิษฐ์ใหม่ในนาม “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ซึ่งยังประกอบสร้างไม่แล้วเสร็จ อิหลักอิเหลื่อ และไม่แน่ว่าจะไปสิ้นสุดที่ใด

คำถามชวนคิดต่อมาก็คือว่า สิ่งใดเล่าเป็นเนื้อดินที่คอยหล่อเลี้ยงให้ขวาไทยดำรงต่อเนื่องมา เติบโต และวิวัฒนาการสืบไปในสังคมไทย เหตุใดสังคมการเมืองไทยยังคงอนุญาตให้กระแสความคิดฝ่ายขวาสามารถโลดแล่นได้อย่างมีชีวิตชีวา ไม่ว่าจะพรั่งพรูออกมาจากนักวิชาการชั้นนำ จากแกนนำภาคประชาชน จากราษฎรอาวุโส จากผู้นำกองทัพ จากสื่อมวลชน จากปัญญาชนสาธารณะ จากอดีตคอมมิวนิสต์ จากสถาบันจารีตและบริวาร

แน่นอนว่า หนทางการสัประยุทธ์กับกระแสขวาใหม่ย่อมมิใช่การหลบเลี่ยงหรือปฏิเสธปัญหาของระบบเศรษฐกิจการเมืองที่พันธมิตรฯ และแนวร่วมหยิบยกขึ้นมาจุดชนวนการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดของระบบประชาธิปไตยตัวแทนแบบไทยๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างเศรษฐกิจการเมืองที่ฉ้อฉลไม่เป็นธรรม

หากต้องเผชิญหน้าอย่างกล้าหาญ และเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจการเมืองให้ถึงรากอย่างแท้จริง ตามเงื่อนไขที่เอื้ออำนวย ตามพละกำลังที่เป็นจริง

ขณะเดียวกันก็ต้องระมัดระวังไม่ให้การเคลื่อนไหวนั้นๆ กลับช่วยทำนุบำรุงเนื้อดินของ “การเมืองของสัตว์พิเศษ” ให้อุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้นไป

ที่มา : ฟ้าเดียวกัน

ดัน ‘บิ๊กบัง’ นั่งหัวหน้าพรรคมาตุภูมิ

กันยายน 17, 2009 Make Love Not War! ใส่ความเห็น

sonti-bung2

ไทยรัฐ : “มั่น พัธโนทัย” เผยที่ประชุม กก.บห.พรรคมาตุภูมิ มีมติยกขันหมากเชิญ “สนธิ บุญยรัตกลิน” นั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคลุยสนามเลือกตั้ง ฝันทาบ “บิ๊กจิ๋ว” ร่วมด้วย ด้านบิ๊กบังทำเหนียมขอเวลาตัดสินใจ..

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่อาคารเบญจมาศ พรรคมาตุภูมิ นายมั่น พัธโนทัย รักษาการหัวหน้าพรรคมาตุภูมิ แถลงผลการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง และหาตัวผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ว่า ที่ประชุมมีมติให้เชิญ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) มาเป็นหัวหน้าพรรค นำพาพรรคมาตุภูมิไปสู่การเลือกตั้งครั้งต่อไป เพราะที่ผ่านมา พล.อ.สนธิได้คลุกคลีกับพรรค ให้คำปรึกษาและเป็นกำลังใจให้พรรคมาโดยตลอด ทุกคนเรียกร้องอยากให้พล.อ.สนธิ กลับมาช่วยแก้ไขปัญหาภาคใต้ โดยทันทีที่หมดเทศกาลรอมฎอน ก็จะเดินทางไปเชิญทันที

นายมั่น กล่าวว่า ที่ผ่านมามีหลายพรรคทาบทาม พล.อ.สนธิ ให้เข้าร่วมงานทางการเมือง แต่ก็ยังไม่ได้ให้คำตอบ จึงอยากขอร้องว่าอย่าได้ปฏิเสธคำขอของพรรค เมื่อถามว่าในเบื้องต้นพล.อ.สนธิ ได้รับปากแล้วใช่หรือไม่ นายมั่น กล่าวว่า

พล.อ.สนธิ ได้ร่วมหารือกับ ส.ส.ภาคใต้ และช่วยเป็นแกนนำในการเป็นวิทยากร พิเศษให้กับพรรค อย่างน้อยก็จะทำให้พรรคมาตุภูมิมีฐานเสียงที่มั่นคงในภาคใต้ ทั้งนี้ได้พูดคุยแล้วและ พล.อ.สนธิ ก็มีแนวโน้มในทางที่ดี นอกจากนั้นยังจะเชิญผู้ใหญ่คนอื่นมาเป็นที่ปรึกษาพรรค เมื่อถามว่าผู้ใหญ่ที่จะเชิญมาร่วมเป็นที่ปรึกษาพรรคหมายถึง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรีใช่หรือไม่ นายมั่น กล่าว่า หาก พล.อ.ชวลิต ยินดีจะมา ร่วมงาน พรรคก็พร้อมจะไปเชิญทันที

รักษาการหัวหน้าพรรคมาตุภูมิ กล่าวต่อไปว่า เมื่อมีเสียงเรียกร้องจากทุกฝ่าย พล.อ.สนธิ จึงตัดสินใจแล้วว่าเวลาผ่านมา 3 ปีจากการรัฐประหาร บ้านเมืองยังมีปัญหาขัดแย้งไม่จบ จึงต้องตัดสินใจกระทำอะไรสักครั้ง ทั้งนี้ ยอมรับว่าเสียงคัดค้านต่อต้านย่อมมีบ้างเป็นธรรมดา แต่ พล.อ.สนธิมีความคิดเป็นผู้นำ มั่นใจว่าจะเป็นผู้หนึ่งที่จะช่วยเป็นคนกลางในการประสานงานกับพรรคการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยและกลุ่มคนเสื้อแดง เชื่อว่าจะแก้ไขวิกฤติการเมืองขณะนี้ได้ ตัวท่านเองก็พร้อมจะเข้าสู่เวทีการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอย่างเต็มที่

“เมื่อยกขันหมากไปแล้ว ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะเชื่อว่า พล.อ.สนธิเองก็อยากให้ประเทศเกิดความสงบ ขณะนี้เวลาก็ผ่านมา3 ปีแล้วทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว” นายมั่น กล่าว และเชื่อว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นหลังสิ้นปีนี้

ด้าน พล.อ.สนธิ บุญยรัตนกลิน อดีตประธาน คมช. ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เพียงสั้นๆ ว่า ยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว เพราะยังไม่มีใครมาเชิญ แต่ถ้ามีคนมาเชิญก็ต้องขอคิดดูก่อน จะให้ตัดสินใจง่ายๆได้อย่างไร

มาร์ค ม.7 จ๋อย-เลื่อนอีกประชุมก.ต.ช. เลือกผบ.ตร.ใหม่ !

กันยายน 16, 2009 Make Love Not War! ใส่ความเห็น

หมายเหตุ PAD’s Enemies List : ผมได้ข่าวทางลึกมาว่า เหตุที่นายกฯ มาร์ค ม. 7  จำต้องเลื่อนประชุมก.ต.ช. ครั้งนี้ ทั้งที่ตอนแรกมั่นใจว่ากุมเสียงได้ เพราะมีโทรศัพท์สายตรงพิเศษสุดถึงพล.ต.อ.ธานี และชาญเชาว์ ชัยยานุกฤติ รองปลัดยุติธรรม , นายกฯ มาร์คกล้าบังอาจฝืนลิขิตฟ้าแต่งตั้งพล.ต.อ.จุมพลเป็น ผบ.ตร. ครั้งนี้ ถือว่าเชื่อฝ่ายศาสดาโกเต๊กซ์และคนหัวเถิกจนเสียผู้เสียคนจริงๆ ครับ !

ไทยรัฐ : ประชุม ก.ต.ช.ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมง นายกฯ อภิสิทธิ์ แถลงไม่มีการเสนอรายชื่อผบ.ตร.คนใหม่ เลื่อนออกไปไม่มีกำหนด ให้’ธานี’ รักษาการ ไม่หวั่นเกิน30ก.ย.

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) แถลงข่าวภายหลังประชุม ก.ต.ช. ที่รัฐสภา วันนี้ (16 ก.ย.) ว่าที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ให้เลื่อนการลงมติแต่งตั้งผบ.ตร. คนใหม่ออกไปโดยไม่มีกำหนดจนกว่าจะมีความเป็นเอกภาพ และสามารถสรุปคุณสมบัติของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งได้ ระหว่างนี้จะมอบหมายให้ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. รักษาราชการแทนผบ.ตร. ไปก่อน และถ้าเกินวันที่ 30 ก.ย. 2552 ก็จะมีการแต่งตั้งรักษาราชการแทนต่อไป

นายกฯ กล่าวต่อว่า ไม่เสียใจที่การแต่งตั้งผบ.ตร.คนใหม่ยากลำบาก แต่เสียใจที่ขณะนี้ มีความพยายามทำเรื่องดังกล่าวให้เกิดความแตกแยกและมีการวิพากษ์วิจารณ์จน เสียหาย อย่างไรก็ตาม การประชุมในครั้งนี้ยังไม่มีการเสนอชื่อ ผบ.ตร.คนใหม่ต่อที่ประชุม และไม่มีปัญหา เรื่องคุณสมบัติของกรรมการ ก.ต.ช.

มีรายงานว่า การประชุม ก.ต.ช. ในครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ภายหลังการประชุมไม่มีกรรมการ ก.ต.ช. คนใดให้สัมภาษณ์เพิ่มเติม

คมชึดลึก : “นายกฯ”สั่งเลื่อนประชุม ก.ต.ช. หลังที่ประชุมยังไม่มีข้อสรุป ลั่นพร้อมรับผิดชอบทุกประกาศ “ชวรัตน์” ยันการแต่งตั้ง ผบ.ตร. จะไม่ส่งผลกระทบต่อพรรคร่วมรัฐบาลแน่นอน

(16ก.ย.) นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รมว. มหาดไทย กล่าวก่อนเข้า ก.ต.ช. ที่รัฐสภาว่า ไม่แน่ใจว่าวันนี้จะสามารถเลือก ผบ.ตร. ได้หรือไม่ เนื่องจากติดปัญหาในข้อกฎหมายกรณีรักษาการปลัดยุติธรรม จะสามารถเข้าร่วมประชุม ก.ต.ช. ได้หรือไม่ ซึ่งขณะนี้ได้มอบหมายให้ฝ่าย กม. ไปศึกษาเรื่องนี้อยู่ อย่างไรก็ตามหากมีการเสนอชื่อ ให้มีการเลือก ผบ.ตร. ในวันนี้ ก็จะได้ข้อยุติ และไม่ว่าใครจะได้เป็น ผบ.ตร. ก็ตาม จะไม่ส่งผลกระทบต่อพรรคร่วมรัฐบาลแน่นอน

เมื่อเวลา 15.30น. ภายหลังการประชุม ก.ต.ช.ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้แถลงถึงการประชุมเพื่อพิจารณาแต่งตั้งผบ.ตร.คนใหม่แทนพล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ได้ลาออกจากตำแหน่ง ว่า ขอเรียนว่าการประชุมก.ต.ช.วันนี้ได้ประชุมกัน และวาระการประชุมคือการให้ความเห็นชอบผบ.ตร.ซึ่งเป็นเรื่องที่พิจารณามาจากการพิจารณาครั้งที่แล้ว ที่ประชุมมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่ากระบวนการที่จะพิจารณาเรื่องนี้สมควรที่จะใข้เวลาเพื่อที่จะให้เกิดความเป็นเอกภาพ ความเรียบร้อยและประสิทธิภาพมากที่สุดในการได้ตัวผบ.ตร.และเห็นว่าในการดำเนินการส่วนนี้ หากมีความจำเป็นหรือใช้เวลาในการพิจารณาเกินวันที่ 30 ก.ย.ก็สามารถที่จะดำเนินการตามกฎหมายไปพลางก่อนได้ คือให้มีรักษาราชการแทนผบ.ตร.ระหว่างที่กระบวนการให้ความเห็นชอบและแต่งตั้งผบ.ตร.ยังไม่เสร็จสิ้น ตรงนี้คือมติที่ประชุม

นายกฯกล่าวต่อว่า เหตุผลนั้นตนอธิบายไปชัดเจนแล้วคือเพื่อความเป็นเอกภาพและความเรียบร้อย ตนอยากเรียนว่าที่จริงแล้วการเสนอข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่ผ่านมา มีลักษณะทำให้เกิดความรู้สึกของคนในสังคมว่ามีความขัดแย้งและมีความวิเคราะห์วิจารณ์ในทางเหมาะสมบ้างไม่เหมาะสมบ้าง ซึ่งก.ต.ช.ทุกคนไม่ประสงค์ให้เกิดสภาพเช่นนี้ในสังคม จึงมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่าแนวทางที่จะดำเนินการต่อไปต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง

เมื่อถามว่า อะไรที่จะทำให้เกิดความเป็นเอกภาพ เพราะวันนี้ผ่านจากการประชุมกตช.ครั้งที่แล้วกว่าหนึ่งเดือนแล้ว นายกฯกล่าวว่าความรับผิดชอบเบื้องต้นอยู่ที่ตน โดยตนจะดำเนินการอย่างดีที่สุดเพราะว่าได้ฟังความเห็นของก.ต.ช.ในวันนี้ด้วย

เมื่อถามว่าต้องใช้เวลานานเท่าใด นายกฯกล่าวว่าใช้เท่าที่จำเป็น ส่วนจะเลยวันที่ 30 ก.ย.หรือไม่นั้น ที่ประชุมบอกว่าไม่เป็นไร หากเสร็จก่อนก็ดี เมื่อถามว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการล็อบบี้และกดดันอย่างหนักใช่หริอไม่ นายกฯกล่าวว่าไม่ต้องวิพากษ์วิจารณ์แล้ว ตนต้องการให้สังคมในขณะนี้มีเวลาในการที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องอื่นๆในสังคม และเรื่องนี้ก็สำคัญแต่ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะเป็นชนวนของความขัดแย้งในบ้านเมือง ฉะนั้น ก.ต.ช. ทุกคนเห็นว่าตนในฐานะประธานกตช.และมีความรับผิดชอบในการเสนอชื่อได้ใช้เวลาอีกระยะ

เมื่อถามว่าเสียใจหรือไม่ว่า ทำไมการแต่งตั้งผบ.ตร.คนหนึ่งจึงยากเย็นเช่นนี้ นายกฯกล่าวว่า ตนไม่เคยเสียใจเรื่องตั้งยากหรือง่าย ตนเสียใจว่ามีการนำเรื่องนี้ไปวิพากษ์วิจารณ์ไปในทางให้เกิดความขัดแย้งและเสียหาย หลายครั้งการวิพากษ์วิจารณ์ข้อมูลก็ไม่ตรง หากจะเสียใจก็เสียใจเรื่องนี้ แต่เรื่องการทำงานตรงนี้ตนเคารพอำนาจหน้าที่ทุกฝ่าย และยืนยันว่าทุกสิ่งที่ตนทำนั้นอยู่บนผลประโยชน์ส่วนรวม ฉะนั้นตนไม่มีอะไรเสียใจในเรื่องนี้

เมื่อถามว่า ก.ต.ช. มีความเห็นตรงกับนายกฯทั้งหมด นายกฯกล่าวว่า มติเป็นเอกฉันท์ ก.ต.ช.นั่งอยู่ตรงนี้ทุกคน อย่างไรก็ตามหลังจากนี้การบริหารงานนั้นเชื่อว่าไม่เกิดความยุ่งยาก และสิ่งที่ทำให้เกิดความมั่นใจ คือ กตช. ทุกคนยิ้มกันหมด รวมทั้งรมว.มทหาดไทยก็นั่งยิ้มอยู่นี่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนายกฯพูดจบก็หันหน้ามอ งก.ต.ช. ทุกคน โยเฉพาะนายชวรัตน์ ทำให้นายชวรัตน์ต้องฝืนยิ้มตาม

ผู้สื่อข่าวได้ถามนายชวรัตน์ว่า ยังมีความเห็นความตามนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีและนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี อยู่หรือไม่ นายชวรัตน์หัวเราะและกล่าวว่า วันนี้ประชุมโดยมีนายกฯเป็นประธาน เมื่อถามย้ำกับนายชวรัตน์ว่า ยืนยันมาตลอดว่าจะออกความเห็นตามนายสุเทพและนายนิพนธ์ วันนี้ยังยืนยันเช่นเดิมหรือไม่ นายวรัตน์กล่าวว่า วันนี้นายกฯเป็นประธานการประชุม จากนั้นนายกฯกล่าวตัดบทว่า ตรงนี้เป็นคำถามที่ไม่เป็นธรรมกับกรรมการ ก.ต.ช.หากไปถามกรรมการ ก.ต.ช.แบบนี้ ก็ไม่ต้องประชุม

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้นายกฯบอกว่ามีปัญหาด้านเทคนิคและพยายามคุยมาเรื่อยๆ แสดงว่าปัญหานั้นยังคลี่คลายไม่ได้ นายกฯกล่าวอย่างตะกุกตะกักว่า “ยังๆไม่จบ คือการตัดสินใจของกรรมการและตนนั้นทำได้หลายวิธี แต่สิ่งที่ตนต้องการทำคือความเป็นเอกภาพ ความเรียบร้อยในบ้านเมือง”

เมื่อถามว่า สิ่งที่นายกฯเสียใจคือการนำเรื่องนี้ไปวิพากษ์วิจารณ์ นายกฯกล่าวว่า ”ถูก” เมื่อถามว่า แต่วันนี้การเลือกผบ.ตร.กลับทำไม่ได้ เรื่องนี้นายกฯจะยิ่งโดนวิจารณ์มากขึ้น กังวลตรงนี้หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ไม่ ตนคิดว่าอยากให้สื่อมวลชนพิจารณาและระมัดระวังในการนำเสนอข่าวสารต่างๆ หากว่ามีปัญหาจริงๆ มันไม่เสร็จเร็วอย่างนี้หรอก

เมื่อถามว่าประเมินหรือไม่ว่าข่าวสารนี้จะถูกนำเสนออย่างไร นายกฯ กล่าวว่าตนไม่มีหน้าที่ในการไปบอกว่าจะเสนอข่าวสารอย่างไร ตนทำได้เพียงแต่หวังว่าสื่อมวลชนจะเสนอข่าวในทางสร้างสรรค์ แต่วันนี้ไม่มีปัญหาเลย และไม่มีข้อขัดข้องทางกฎหมาย วันนี้มีการคุยชัดเจนเรื่ององค์ประกอบของที่ประชุม ไม่มีปัญหาเลย เพราะทุกอย่างนั้นตนพูดมาตลอดว่าตนปฏิบัติตามกฎหมายทุกอย่าง ไม่มีตรงไหนที่จะไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย และตนเชื่อว่าหากกรรมการ ก.ต.ช.มีปัญหาด้านกฎหมายก็คงไม่เห็นชอบกับสิ่งที่ตนกระทำในตอนนี้

เมื่อถามว่า เป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรกในการบริหารราชการเผ่นดินหรือไม่ว่า ไม่สามารถมีผบ.ตร. แต่กลับมีรักษาราชการแทนผบ.ตร. นายกฯกล่าวว่า คงไม่ใช่ครั้งแรกหรอก ในอดีตก็มีแล้ว หากมันมีอะไรที่ไม่เหมือนของเดิมบ้างแล้วมันดีกว่าก็ไม่เป็นไร เมื่อถามว่า หากหาความเป็นเอกภาพไม่ได้ ต้องมีรักษาราชการแทนผบ.ตร.ไปจนถึงพล.ต.อ.ธานีเกษียณอายุราชการหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า เชื่อว่ายังหาได้ เมื่อถามว่า หากเลยวันที่30ก.ย.พล.ต.อ.ธานีจะรักษาราชการแทนผบ.ตร.ต่อไปหรือไม่ นายกฯหันไปมองพล.ต.อ.ธานีและหัวเราะ พร้อมกล่าวว่า “หากพล.ต.อ.ธานีหยุดอายุตัวเองได้แต่บังเอิญพล.ต.อ.ธานีหยุดอายุตัวเองไม่ได้”

เมื่อถามว่าการทอดเวลาออกไปแบบนี้จะกดดันตัวเองและ ก.ต.ช.หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า “ไม่ครับ”เมื่อถามว่า รายชื่อผบ.ตร.นั้น นายกฯยังเสนอรายชื่อเดิมหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ไม่เสนอ ไม่เกี่ยวกัน ที่ผ่านมาตนได้เสนอผู้ที่ขึ้นมารักษาราชการแทนผบ.ตร.ตามสถานการณ์ ก็เห็นอยู่แล้วว่ากระทำมาแล้วสามครั้งในช่วงสองเดือนนี้ ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทั้งหมด

เมื่อถามว่ามีสิ่งที่กระทบพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ และวันนี้การเสนอรายชื่อผบ.ตร.ที่ประชุมยังแบ่งเป็นสองฝ่ายหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า “ ไม่มี ไม่มีอะไรกระทบ ทุกอย่างเรียบร้อย งานเดินได้” เมื่อถามว่า แสดงว่าวันนี้ไม่ได้เสนอรายชื่อผบ.ตร.ต่อที่ประชุม นายกฯกล่าวว่า “ไม่มี วันนี้เราพูดถึงวิธีการทำงานเพราะมีความกังวลกับสภาพการนำเสนอข้อมูลต่างๆที่ผ่านมาและไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้น ยืนยันว่ากฎหมายนั้นไม่ได้เป็นอุปสรรค”

เมื่อถามว่า จะนัดประชุม ก.ต.ช.อีกครั้งเมื่อใด นายกฯยิ้มและกล่าวว่า “เมื่อนั้น” เมื่อถามว่า วันนี้เหมือนเสียอำนาจหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า “ไม่หรอก”จากนั้นก็เดินเข้าห้องรับรองนายกฯทันที

“ธานี”ปิดปากเงียบหลังกลับจากประชุมก.ต.ช.

วันนี้(16 ก.ย.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เมื่อเวลา 16.00น. พล.ต.อ.ธานี ได้เดินทางกลับจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(ก.ต.ช.) ที่รัฐสภา เพื่อเลือก ผบ.ตร. ใหม่ โดยมีสีหน้าเรียบเฉย และกล่าวกับผู้สื่อข่าวเพียงว่า บรรยากาศในที่ประชุมดีมาก

เมื่อถามว่านายอภิสิทธิ์ เสนอใครเป็น ผบ.ตร. พล.ต.อ.ธานี กล่าวว่า ให้ไปฟังที่นายกฯ แถลง เมื่อซักว่ามีการโหวตเลือก ผบ.ตร. หรือไม่ พล.ต.อ.ธานี ก็ไม่ยอมตอบคำถามพร้อมกับเดินเข้าไปภายในสำนักงานทันที

สตช.บรรยากาศเงียบเหงารอตั้งผบ.ตร.คนใหม่

วันนี้ (16 ก.ย.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) สื่อข่าวรายงานบรรยากาศซึ่งมีวาระของคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(ก.ต.ช.) ประชุมต่งตั้ง ผบ.ตร. ในช่วงบ่าย ซึ่งมีนายตำรวจที่คาดว่าจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ผบ.ตร. 2 นาย คือ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รอง ผบ.ตร.(ปป) จากการสังเกตการณ์ของผู้สื่อข่าวพบว่าบรรยากาศภายในสำนักงานของนายตำรวจทั้ง 2 นาย มีตำรวจสำนักงานมาทำงานตามปกติ แต่ทั้ง พล.ต.อ.ปทีป และ พล.ต.อ.จุมพล ไม่ได้เข้ามาทำงานในสำนักงานเลยและไม่ทราบว่าจะเข้ามาเมื่อไร จากการสอบถามทราบเพียงว่าทั้ง 2 ไปปฏิบัติราชการนอกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เมื่อเวลา 13.45น. ที่ผ่านมา พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รรท.ผบ.ตร. ได้เดินทางออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อไปร่วมประชุม ก.ต.ช. เพื่อเลือก ผบ.ตร. โดยไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่มารอทำข่าว

Categories: Uncategorized

โปรดเกล้าฯแล้ว โผทหาร 568 ตำแหน่ง-ประยุทธ์รองผบ.ทบ.

กันยายน 14, 2009 Make Love Not War! ใส่ความเห็น

ไทยรัฐ : พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้นายทหารรับราชการสนองพระเดชพระคุณ ดังต่อไปนี้ 

กระทรวงกลาโหม-สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม
กองบัญชาการกองทัพไทย
กองทัพบก
กองทัพเรือ
กองทัพอากาศ

คลิกดูรายชื่อได้ในแต่ละหน่วย

โปรดเกล้าฯ 568 นายทหาร ประยุทธ์นั่งรอง ผบ.ทบ. รอขึ้นผบ.ทบ.

prayuthข่าวสด : เมื่อวันที่ 10 ก.ย. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้นายทหารรับราชการสนองพระเดชพระคุณ จำนวน 568 ตำแหน่ง มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2552 เป็นต้นไป

โดยมีตำแหน่งสำคัญๆ อาทิ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตำแหน่ง เสนาธิการทหารบก เป็น รอง ผบ.ทบ.
พล.ท.พิรุณ แผ้วพลสง จากรองเสนาธิการทหารบก เป็น เสนาธิการทหารบก
พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก เป็น รองเสนาธิการทหารบก
พล.ต.โปฎก บุนนาค รองผู้บัญชาการหน่วยสงครามพิเศษ เป็นผู้บัญชาการหน่วยสงครามพิเศษ
พล.ร.อ.นิพนธ์ จักษุดุลย์ ผู้ช่วย ผบ.ทร. เป็น รอง ผบ.ทร.
พล.ร.ท.พะจุณณ์ ตามประทีบ ตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ เป็น  ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ
พล.อ.อ.อนาวิล ภิรมย์รัตน์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพอากาศ เป็น รอง ผบ.ทอ.
พล.อ.ท.ประจิน จั่นตอง รองเสนาธิการทหารอากาศ เป็นเสนาธิการทหารอากาศ